visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 792 | >>

ก็แล ในกถาจำแนกรูปนี้ ขณาทิกถา (ว่าด้วยขณะ) อย่างเดียว ไม่มีปริยายกถาที่เหลือมีปริยาย

[๔๙๕] ประเภทรูปภายในและรูปภายนอก มีนัยดังกล่าวมาแล้วนั้นแล แต่ว่าในสุดตันตนัยนี้ พึงทราบว่า รูปที่มีอยู่ภายในตนของตนจัดเป็นภายใน ส่วนรูปที่เป็นภายในของบุคคลอื่น จัดเป็นภายนอก ประเภทรูปหยาบและรูปละเอียด ก็มีนัยดังกล่าวแล้วเหมือนกัน

[๔๙๖] ประเภทรูปเลวและรูปประณีต เป็น ๒ คือ โดยปริยาย ๑ (คือแยกเป็นชั้น ๆ) โดยนิปริยาย ๑ (คือไม่แยกเป็นชั้น ๆ) ใน ๒ อย่างนั้น ความเป็นรูปเลวและรูปประณีตโดยปริยาย พึงทราบโดยปริยาย คือรูปของเทพเหล่าสัตตุสีส เลวกว่ารูปของเทพเหล่าอคนิฏฐา รูปของเทพเหล่าสัตตุสีสนั้นแหละ ประณีตกว่ารูปของเทพเหล่าสัตตุสีสา ดังนี้ จนกระทั่งถึงรูปของพวกสัตว์นรก (เลวกว่ารูปของพวกมนุษย์) ส่วนความเป็นรูปเลว และรูปประณีตโดยนิปริยาย พึงทราบว่า อกุศลวิปากวิญญาณเกิดขึ้นในรูปใด รูปนั้นก็เป็นรูปเลว กุศลวิปากวิญญาณเกิดขึ้นในรูปใด รูปนั้นก็เป็นรูปประณีต

แม้ข้อว่า รูปไกลรูปใกล้ ก็มีนัยกล่าวมาแล้วเหมือนกัน แต่ว่าในข้อนี้ พึงทราบความเป็นรูปไกล และรูปใกล้โดยอาศัยเทียบกันโดยโอกาส (คือที่ตั้งอยู่ของรูปนั้น ๆ) ด้วย

[๔๙๗] ในปาฐะว่า “ตเทกชุท อสิสลมณฺหิติวา อภิสงฺขิปิตฺวา เพราะรวบรวมรูป (ที่แจงมา) นั้นเข้าด้วยกัน” นี้ มีความ (ดัง) นี้ว่า พวกรูปนี้เรียกว่ารูปขันธ์ เพราะทำรูปที่ทรงแจกออกเป็นส่วน ๆ ด้วยบททั้งหลายมีอดีตเป็นต้นนั้นทั้งสิ้น เข้าเป็นกองด้วยปัญญา ในความเป็นอย่างเดียว ที่ได้แก่รูปปนลักษณะ (ลักษณะที่รู้ทำลายได้) ด้วยปาฐะนี้เป็นอันแสดงว่ารูปทั้งสิ้น ชื่อว่ารูปขันธ์ เพราะเข้าถึงความ (รวมเข้า) เป็นกองได้ในรูปปนลักษณะ ด้วยขึ้นชื่อว่ารูปขันธ์ จะเป็นอื่นไปจากรูปหาไม่

เวทนาวิภาค

[๔๙๘] ก็แล รูป (ได้ชื่อว่ารูปขันธ์ เพราะเข้าถึงความ (รวมเข้า) เป็นกองในรูปปนลักษณะได้) ฉันใด แม้เวทนาเป็นต้น ก็ได้ชื่อว่าขันธ์มีเวทนาขันธ์เป็นอาทิ เพราะเข้าถึงความ (รวมเข้า) เป็นกอง ในลักษณะทั้งหลายมีเวทยิตลักษณะ (ลักษณะที่เสวยรสอารมณ์) เป็นต้นได้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka