visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 791 | >>

ดังนี้ ก็เป็นอัน ได้ทรงทำความกำหนดเอารูปอย่างไม่เหลือหลอ ต่อฉะนั้นจึงทรงเริ่มจำแนกรูปนั้น โดยกาลมีอดีตเป็นอาทิ จริงอยู่ รูปนั้น บ้างก็เป็นอดีต บ้างก็แตกต่างเป็นอนาคตเป็นต้นแล นัยแม้ในขันธ์ที่เหลือมีเวทนาเป็นต้น ก็อันนัยนี้

รูปขันธ์

[๔๙๔] ในขันธ์ทั้งหลายนั้น ข้อแรก รูปจัดเป็นอดีตโดยส่วน ๔ ด้วยอำนาจแห่งอัทธา สันติ สมัย และขณะ ที่เป็นอนาคตและปัจจุบันก็อย่างนั้น

ในส่วน ๔ นั้น ว่าโดยอัทธาก่อน ในภพหนึ่ง รูปของบุคคลผู้หนึ่งในกาลก่อนแต่ปฏิสนธิ จัดเป็นอดีต รูปในกาลต่อแต่จุติไปเป็นอนาคต รูปในระหว่างกาลทั้งสองนั้น จัดเป็นปัจจุบัน

ว่าโดยสันติ รูปอันมีอุตุที่เป็นสภาคอันหนึ่งเป็นสมุฏฐาน และมีอาหาร (ที่เป็นสภาค) อันหนึ่งเป็นสมุฏฐาน แม้เป็นไปด้วยอำนาจระยะกาลเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลายก็ดี จัดเป็นปัจจุบัน รูปที่อุตุและอาหารเป็นวิสภาคเป็นสมุฏฐาน ในกาลก่อนแต่นั้นจัดเป็นอดีต ภายหลังแต่นั้นจัดเป็นอนาคต ฝ่ายรูปที่เกิดแต่จิต มีวิถีจิตหนึ่ง ชวนจิตหนึ่ง และสมาปัตติจิตหนึ่งเป็นสมุฏฐานจัดเป็นปัจจุบัน รูปในกาลก่อนแต่นั้นจัดเป็นอดีต รูปในกาลภายหลังนั้นเป็นอนาคต สำหรับรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน หากมีการแยกประเภทเป็นอดีตเป็นต้น ด้วยอำนาจสันตินี้เป็นส่วนหนึ่งต่างหากไม่ แต่ความเป็นอดีตเป็นต้น แห่งรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานนั้น พึงทราบ (ว่าเป็น) โดยเป็นอุปถัมภกปัจจัยของรูปที่มีอุตุ อาหาร และจิต เป็นสมุฏฐานเหล่านั้นแหละ

ว่าโดยสมัย รูปสมัยนั้น ๆ อันเป็นไปโดยสืบต่อกันในสมัยทั้งหลายมีกรีที่หนึ่ง ตอนเช้า ตอนเย็น ตอนกลางคืน และตอนกลางวันเป็นต้นจัดเป็นปัจจุบัน รูปในสมัยก่อนแต่นั้นจัดเป็นอดีต รูปในสมัยหลังแต่นั้นจัดเป็นอนาคต

ว่าโดยขณะ รูปที่เนื่องอยู่ในขณะ ๓ มีอุปปาทขณะเป็นต้นจัดเป็นปัจจุบัน รูปก่อนนั้นจัดเป็นอนาคต รูปหลังจากนั้นจัดเป็นอดีต อีกอย่างหนึ่ง รูปที่มีเหตุเกิดและปัจจัยก็ล่วงไปแล้วจัดเป็นอดีต รูปที่มีเหตุเกิดเสร็จแล้วแต่ปัจจัยก็ยังไม่เสร็จ จัดเป็นปัจจุบัน รูปที่กิจทั้งสองยังไม่ถึงเข้าจัดเป็นอนาคต หรือว่า รูปในขณะทำกิจของตนเป็นปัจจุบัน รูปก่อนนั้นเป็นอนาคต รูปหลังนั้นเป็นอดีต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka