ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
เมื่อว่าโดยโอกาส ทุกขเวทนาในนรกเป็นหยาบ ทุกขเวทนาในกำเนิดดิรัจฉานเป็นละเอียด ทุกขเวทนาในกำเนิดมนุษย์ละเอียดกว่าทุกขเวทนาในกำเนิดดิรัจฉาน ทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นจาตุมหาราชิกาละเอียดกว่าทุกขเวทนาในกำเนิดมนุษย์ทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ละเอียดกว่าทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นยามา ทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นยามาละเอียดกว่าทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ ทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นดุสิตละเอียดกว่าทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นยามา ทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นนิมมานรดีละเอียดกว่าทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นดุสิตทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นปรนิมมิตวสวัตดีละเอียดกว่าทุกขเวทนาในเหล่าเทพชั้นนิมมานรดีแท้ ก็แลทุกขเวทนาประกอบ (ความ) ฉันใด แม้สุขเวทนา ก็พึงประกอบ (ความ) ตามควรในภูมิทั้งปวง ฉันนั้นเกิด
อนึ่ง ว่าโดยวัตถุ เวทนาทุกอย่างที่มีวัตถุเลวเป็นเวทนาหยาบ ที่มีวัตถุประณีต เป็นเวทนาละเอียด
ในประเภทเลวประณีต พึงเห็นเกิดว่า เวทนาใดหยาบ เวทนานั้นก็เลว และเวทนาใดละเอียด เวทนานั้นก็ประณีต
[๕๐๓] ส่วนทูรบท (บทว่าไกล) ท่านจำแนกไว้ในคัมภีร์วิสุงคัคค์โดยนัยว่า “เวทนาที่เป็นอกุศลไกลแต่เวทนาที่เป็นกุศลและอัพยากฤต” ดังนี้เป็นต้น สันติเกบท (บทว่าใกล้) ท่านก็จำแนกไว้ในคัมภีร์วิสุงคัคค์โดยนัยว่า “เวทนาที่เป็นอกุศลใกล้กับเวทนาที่เป็นอกุศล (ด้วยกัน)” ดังนี้เป็นต้น เพราะเหตุนั้น อกุศลเวทนา จึงชื่อว่าไกลแต่กุศลเวทนาและอัพยากฤตเวทนา เพราะเป็นวิสภาคกัน เพราะไม่เกี่ยวกัน และเพราะไม่สมกัน กุศลเวทนาและอัพยากฤตเวทนาไกลแต่กุศลเวทนาก็อย่างนั้น (คือเพราะเหตุอย่างเดียวกัน) ในวาระทั้งปวง ก็นัยนี้ ส่วนอกุศลเวทนาใกล้กับอกุศลเวทนา (ด้วยกัน) ก็เพราะเป็นสภาคกันและเพราะสมกันด้วยแล
นี่เป็นกถามุขอย่างพิสดาร ในการจำแนกเวทนาขันธ์โดยส่วนต่าง ๆ ที่เป็นอดีต เป็นต้น
แม้กถามุขอย่างพิสดาร ในการจำแนกสัญญาเป็นต้น ที่สัมปยุตกันเวทนานั้น ๆ ก็พึงทราบโดยนัยดังนี้แล