ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๕๑๐] อายตนะ ๑๒ คือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ สัททายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ชื่อว่าอายตนะทั้งหลาย
วินิจฉัยในอายตนะเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบโดยอรรถ โดยลักษณะ โดยความมีเพียงนั้น โดยลำดับ โดยสังเขป และโดยพิสดาร อนึ่ง โดยเป็นสิ่งพึงเห็นด้วยแล
ในบทเหล่านั้น ว่าโดยอรรถ (แห่งศัพท์) ที่แปลกกันก่อน ธรรมชาติใดย่อมเห็น เหตุนั้น ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่าจักขุ ความ(แห่งศัพท์ว่า จกฺขติ ย่อมเห็น) ว่าย่อมยินดี (ลิ้มรส) รูป และย่อมบอก (ให้รู้) รูป สิ่งใดย่อมแสดงสี เหตุนั้น สิ่งนั้นจึงชื่อว่ารูป ความ (แห่งศัพท์ รูปยติ แสดงสี) ว่า รูปเมื่อถึงความเปลี่ยน สีย่อมประกาศความในใจ
ธรรมชาติใดย่อมได้ยิน เหตุนั้น ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่าโสตะ สิ่งใดถูก (ปัจจัยของตน) เสือก (ส่ง) ออกไป เหตุนั้น สิ่งนั้นจึงชื่อว่าสัททะ ความ (แห่งศัพท์ว่า สปฺปติ ถูกส่งออกไป) ว่า ถูกเปล่งขึ้น (ให้เป็นสิ่งพึงรู้ได้ทางโสตะ)
ธรรมชาติใดย่อมสูด(เอากลิ่น)ได้ เหตุนั้น ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่าฆานะ สิ่งใดย่อมฟุ้งไปได้ เหตุนั้น สิ่งนั้นจึงชื่อว่าคันธะ (กลิ่น) ความ (แห่งศัพท์ว่า คนฺธยติ ย่อมฟุ้งไป) ว่า ส่อที่อยู่ของตน