ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
วิญญาณ ๖ โดยที่ทรงกำหนด (จักขุและรูปเป็นต้นนั้นไว้) เป็นอุปปัตติทวารและเป็นอารมณ์แห่งกองวิญญาณ ๖ นั่นเอง เป็นความต่าง แห่งธรรมเหล่านั้น เพราะเหตุนี้ จึงตรัสอายตนะถึง ๑๒ แท้จริง จักขายตนะเท่านั้นเป็น อุปปัตติทวาร และรูปายตนะเท่านั้นเป็นอารมณ์แห่งกองวิญญาณที่เนื่องในวิถีของจักขุวิญญาณ ฉันเดียวกันนั้น อายตนะนอกนั้นก็เป็นอุปปัตติทวารและเป็นอารมณ์แห่งกองวิญญาณ ที่เนื่องในวิถีของวิญญาณนอกนี้ ส่วนมานายตนะเป็นเอกเทศ (ส่วนหนึ่ง) ซึ่งได้แก่ ภวังคมนะ เท่านั้นเป็นอุปปัตติทวาร และธัมมายตนะเป็นอารมณ์แห่งกองวิญญาณที่ ๖ ไม่ทั่วไป (แก่วิญญาณอื่นมีจักขุวิญญาณเป็นต้น)”
อายตนะ ๑๒ พระผู้มีพระภาคตรัสโดยที่ทรงกำหนดไว้เป็นอุปปัตติทวารและเป็นอารมณ์แห่งกองวิญญาณ ๖ ดังนี้แล
วินิจฉัยโดยความมีเพียงนั้น ในอายตนะเหล่านี้ บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้
[๕๑๔] ข้อว่าโดยลำดับ ความว่า บรรดาลำดับทั้งหลาย มีลำดับความเกิด เป็นต้นที่กล่าวในนิเทศก่อน แม้ในที่นี้ลำดับการแสดงเท่านั้นแหละใช้ได้ แท้จริงในเหล่าอายตนะภายใน จักขายตนะเป็นอายตนะที่ปรากฏ เพราะเป็นวิสัยที่เห็นได้และกระทบได้ เหตุนั้นจึงทรงแสดงเป็นข้อแรก ต่อบนนั้นจึงทรงแสดงอายตนะที่เหลือมีโสตายตนะเป็นต้นซึ่งเป็นวิสัยที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ อีกนัยหนึ่ง ในเหล่าอายตนะภายใน จักขายตนะและโสตายตนะ ทรงแสดงก่อนเพราะเป็นสิ่งมีอุปการะมาก โดยความเป็นเหตุแห่งทัสสนานุตตริยะและสวนานุตตริยะ ต่อบนนั้นจึงทรงแสดงอายตนะ ๓ มีฆานายตนะเป็นอาทิ มนายตนะทรงแสดงไว้ในที่สุด เพราะเป็นโครววิสัยแห่งอายตนะ ๕ มีจักขายตนะเป็นต้น ส่วนในเหล่าอายตนะภายนอก อายตนะ ๖ มีรูปายตนะเป็นต้น ทรงแสดงไว้เป็นลำดับแห่งอายตนะภายในนั้น ๆ เพราะเป็นโครวแห่งอายตนะภายในมีจักขายตนะเป็นต้น
อีกอย่างหนึ่ง ลำดับของอายตนะทั้งหลายนี้ บัณฑิตพึงทราบโดยกำหนด (แจกไปตามลำดับ) เหตุเกิดแห่งวิญญาณก็ได้ จริงอยู่คำนี้พระผู้มีพระภาคก็ได้ตรัสไว้ว่า