visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 810 | >>

“อาศัยจักขุและรูปเกิดจักขุวิญญาณ ฯลฯ อาศัยมนะและธรรมทั้งหลาย เกิดมโนวิญญาณ” ดังนี้

ก็แล วินิจฉัยโดยลำดับในอายตนะเหล่านี้ บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

โดยสังเขปและโดยพิสดาร

[๕๑๕] ข้อว่า โดยสังเขปและโดยพิสดาร ความว่า “เมื่อว่าโดยสังเขป อายตนะทั้ง ๑๒ ก็เป็นแต่นามรูปเท่านั้น เพราะมนายตนะและธัมมายตนะเป็นส่วนหนึ่ง สงเคราะห์เข้ากับนาม และอายตนะที่เหลือนั้นสงเคราะห์เข้ากับรูป แต่เมื่อว่าโดยพิสดาร (ว่า) ในอายตนะภายในก่อน จักขายตนะ โดยชาติ ก็เป็นแต่จักขุปสาทเท่านั้น แต่แตกออกไปเป็นปัจจัย คติ นิกาย และบุคคล ก็มีประเภทเป็นอนันต์ อายตนะ ๔ มีโสตายตนะเป็นต้น ก็อย่างนั้น มนายตนะมี ๘๙ ประเภท โดยแยกเป็นกุศลวิบากวิญญาณ อกุศลวิญญาณ วิบากวิญญาณ และกิริยาวิญญาณ และ (อีกอย่างหนึ่ง) ถึง ๑๒๑ ประเภท แต่เมื่อแยกเป็นวัตถุและปฏิปาทเป็นต้น ก็มีประเภทเป็นอนันต์

รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ และรสายตนะ ก็มีประเภทเป็นอนันต์ โดยแยกเป็น (สภาวะ) วิสภาคและปัจจัยเป็นต้น โผฏฐัพพายตนะมี ๓ ประเภท ด้วยอำนาจแห่ง ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ และวาโยธาตุ (แต่) โดยความแตกต่างแห่งปัจจัย เป็นต้น ก็มีประเภทเป็นอเนก ธัมมายตนะก็มีประเภทเป็นอเนก โดยความแตกต่างแห่งสภาวะและความต่างกันแห่งเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สุขุมรูป และนิพพาน”

วินิจฉัยโดยสังเขปและโดยพิสดาร บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาฉะนี้

โดยเป็นสิ่งพึงเห็น

[๕๑๖] ส่วนในข้อว่า “โดยเป็นสิ่งพึงเห็น” นี้ มีวินิจฉัยว่า “อายตนะทั้งหลายที่เป็นสังขตะทั้งสิ้น พึงเห็นโดยความไม่มาและโดยความไม่จากไป จริงอยู่ อายตนะเหล่านั้น ก่อนเกิดขึ้นก็มิได้มาแต่ที่ไหน ๆ ทั้งเบื้องหน้าแต่เสื่อมไปก็มิได้ไปเป็นที่ไหน ๆ โดยที่แท้ ก่อนเกิดขึ้น มันก็ยังมิได้ (มี) สภาวะ เบื้องหน้าแต่เสื่อมไป มันก็เป็นสิ่งที่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka