ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ปริจเฉท (กำหนดจัดเข้าเป็นหมวด) โดยอำนาจแห่งธาตุทั้งสิ้นมาทรงทำปริเฉทแต่ว่าธาตุ ๑๘ เหล่านี้เล่า” ดังนี้ไซร้ คำเฉลย พึงมีว่า “เพราะธาตุทั้งปวง อันมีอยู่โดยสภาวะ ก็ตกอยู่ภายในธาตุ ๑๘ นั้นแล้ว”
แท้จริง อากาศธาตุ ก็คือรูปธาตุ ส่วนสุขธาตุก็เนื่องอยู่ในรูปธาตุเป็นต้น เพราะอะไร ? เพราะสุขธาตุก็คือสุขนิมิต จริงอยู่ สุขธาตุก็คือสุขนิมิต และสุขนิมิตนั้นพ้นไปจากรูปเป็นต้นหามีไม่ นัยหนึ่ง สุขธาตุก็คือธรรมทั้งหลายรูปเป็นต้นที่เป็นอารมณ์แห่งกุศลวิบาก เพราะเหตุนั้น สุขธาตุนั้น ก็คือรูปธาตุเป็นต้นเท่านั้นเอง
จิตในอรูปธาตุ ๔ มีอากาสานัญจายตนธาตุเป็นต้น ก็เป็นมโนวิญญาณธาตุ ธรรมทั้งหลายที่เหลือเป็นธัมมธาตุ ส่วนสัญญาเวทยิตนิโรธธาตุ ไม่มีโดยสภาวะ เพราะสัญญาเวทยิตนิโรธธาตุนั้น เป็นแต่ความดับแห่งธาตุ ๒ (คือมโนวิญญาณธาตุและธัมมธาตุ) เท่านั้น
กามธาตุ ก็เป็นแต่ธัมมธาตุ ดังพระบาลีว่า “ในธาตุเหล่านั้นกามธาตุเป็นอย่างไร ? กามธาตุคือความคิด ความตรึก ฯลฯ ความดำริคิดอันเกี่ยวเนื่องด้วยกาม” ดังนี้ หรืออิมินา ก็เป็นธาตุทั้ง ๑๘ ดังพระบาลีว่า “เบื้องต่ำทำเอาวจีนรกให้เป็นที่สุด เบื้องสูงทำพวกเทพปริมิตวสวัตดีไว้ภายในขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่ท่องเที่ยวอยู่ในภพทั้งหลายนั้น ที่เนื่องอยู่ในภพทั้งหลายนั้น ในระหว่าง (ที่กำหนด) นั้น อันใด อันนี้เรียกว่า กามธาตุ” ดังนี้
เนกขัมมธาตุ เป็นธัมมธาตุแท้ แม้จะเป็นมโนวิญญาณธาตุก็ได้เหมือนกัน เพราะ (มี) พระบาลีว่า “ธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศลทั้งปวง ชื่อว่าเนกขัมมธาตุ”
พยาปาทธาตุ วิหิงสาธาตุ อัพยาปาทธาตุ อวิหิงสาธาตุ สุขธาตุ ทุกขธาตุ โสมนัสธาตุ โทมนัสธาตุ อุเปกขาธาตุ อวิชชาธาตุ อารัมภธาตุ นิกมธาตุ และปรักกมธาตุ ก็เป็น ธัมมธาตุเหมือนกัน
หีนธาตุ มัชฌิมธาตุ ปณีตธาตุ ก็คือธาตุ ๑๘ นั่นเอง จริงอยู่ ธาตุมีจักขุธาตุเป็นต้น ที่เลว ก็เป็นหีนธาตุ ที่ปานกลางและที่ประณีต ก็เป็นมัชฌิมธาตุและปณีตธาตุ แต่ (เมื่อว่า) โดยนิปริยาย (สิ้นเชิง) ธัมมธาตุและมโนวิญญาณธาตุทั้งหลายฝ่าย