ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
เป็นไปในอำนาจของตนด้วยเป็นกิจแห่งอัญญินทรีย์ การละเลิกความขวนขวายในกิจ (ละสังโยชน์) ทั้งปวง และความเป็นปัจจัยให้สัมปยุตธรรมทั้งหลายมีความมุ่งหน้าต่ออมตธรรมด้วย เป็นกิจแห่งอัญญาตาวินทรีย์
พึงทราบวินิจฉัยโดยกิจในอินทรีย์ทั้งหลายนี้ ดังกล่าวมาฉะนี้
[๕๒๘] ข้อว่า โดยภูมิ ความว่า “ก็ในอินทรีย์ทั้งหลายนี้ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชีวินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ และโทมนัสสินทรีย์ (๑๐) เป็นกามาวจรแท้ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ และสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ (๘) เนื่องไปในภูมิทั้ง ๔ โสมนัสสินทรีย์ เนื่องไปในภูมิ ๓ โดยเป็นกามาวจร (กิสี) รูปาวจร (กิสี) โลกุตตระ (กิสี) อินทรีย์ ๓ ข้างท้าย เป็นโลกุตตระแท้”
บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยโดยภูมิในอินทรีย์ทั้งหลายนี้ดังกล่าวมาฉะนี้ด้วย ด้วยว่า
ภิกษุผู้ทราบอย่างนี้อยู่ จักเป็นผู้มากไปด้วยความสังเวช ตั้งอยู่ในอินทรีย์สมวร กำหนดรู้อินทรีย์ทั้งหลายแล้ว ทำที่สุดทุกข์ได้แล
นี่เป็นกถามุขอย่างพิสดารแห่งอินทรีย์ทั้งหลาย
[๕๒๙] กิริยสัจ ๔ คือ ทุกขอริยสัจ ทุกขสมุทยอริยสัจ ทุกขนิโรธอริยสัจ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ชื่อว่า สัจจะ อันมาในลำดับแห่งอินทรีย์นั้น
วินิจฉัยในอริยสัจอันเป็นที่ดำเนินไปแห่งพระศาสนานั้น ปราชญ์พึงทราบ โดยวิภาค (จำแนกอรรถแห่งอริยสัจ ๔) ๑