ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๕๔๕] ความคร่ำครวญแห่งบุคคลผู้ถูกทุกข์มีเสียญาติไป เป็นต้น ชื่อว่าปริเทวะ ปริเทวะนั้น มีความพร่ำบ่นเป็นลักษณะ มีการบอก (ร่ำพัน) ความดีความเสียเป็นรส มีความกลิ้งเกลือกไปเป็นปัจจุปัฏฐาน ส่วนที่ว่าปริเทวะเป็นทุกข์ พึงทราบว่า เพราะเป็นสังขารทุกข์และเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ด้วย เพราะเหตุนั้น นักปราชญ์ จึงกล่าวคำประพันธ์ไว้ว่า :-
ยํ โลกสลฺลวิหโต ปริเทวมโณ ขเปฯ
ทุกฺโขติ เตน ภควา ปริเทวมาห.
บุคคลผู้ต้องศรคือโศกประหารเอาแล้ว ยังมาคร่ำครวญ (อีก) ย่อมได้รับทุกข์หนักยิ่งขึ้นไป ซึ่งเป็นทุกข์ เกิดแต่ความแห้งผากแห่งคอ ริมฝีปากและเพดานปากเหลือจะทน เหตุใด เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสปริเทวะว่า เป็นทุกข์
นี่เป็นวินิจฉัยในปริเทวะ
[๕๔๖] ความทุกข์อันเป็นไปทางกาย ชื่อว่าทุกขะ ทุกขะนั้นมีความบีบคั้นกายเป็นลักษณะ มีอันท่าความโทมนัสแก่บุคคลผู้ทรงปัญญาทั้งหลายเป็นกิจ มีความเจ็บป่วยทางกายเป็นผล ส่วนที่ว่าทุกขะ เป็นทุกข์ พึงทราบว่าเพราะเป็นทุกขทุกข์ (คือเป็นตัวทุกข์) และเพราะนำความทุกข์ทางใจมาให้ด้วย เพราะเหตุนั้น นักปราชญ์จึงกล่าวคำประพันธ์นี้ไว้ว่า :-
ปีฬติ กายิกํ หเปฯ ทุกฺขุนฺติ วิเสสโต วุฏฺติ
ทุกข์ทางกายนี้ ย่อมบีบคั้น (กาย) ซ้ำยังทำทุกข์ทางใจให้เกิดด้วย เหตุใด เพราะเหตุนั้น ทุกข์ทางกายนี้ พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า เป็นทุกข์โดยพิเศษ (คือเป็นอย่างหนึ่งต่างหาก)
นี่เป็นวินิจฉัยในทุกขะ