visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 855 | >>

ทุกขญาณ (ความรู้ในทุกข์) ย่อมยังสักกายทิฏฐิอันเป็นไปด้วยอำนาจความครอบงำเอาไว้อย่างกลุ้มรุมให้กลับ สมุทยญาณ (ความรู้ในสมุทัย) ย่อมยังอุจเฉททิฏฐิให้กลับ นิโรธญาณ (ความรู้ในนิโรธ) ย่อมยังสัสสตทิฏฐิให้กลับ มรรคญาณ (ความรู้ในมรรค) ย่อมยังกิริยทิฏฐิให้กลับ นัยหนึ่งทุกขญาณยังความปฏิบัติผิดในผล กล่าวคือความสำคัญว่ายั่งยืน ว่างาม ว่าเป็นสุข ว่าเป็นตัวตนในขันธ์ ๕ ทั้งหลายอันปราศจากความยั่งยืน ความงาม ความเป็นสุข ความเป็นตัวตนให้กลับ สมุทยญาณยังความปฏิบัติผิดในเหตุ อันเป็นไปโดยความนับถือในสิ่งที่มิใช่เหตุว่าเป็นเหตุ เช่นว่า “โลกย่อมเป็นไปเองทำผู้นี้ให้ใหญ่ (พระอิศวร) โดยสิ่งที่เป็นประธาน โดย (พระ) กาลและโดยสภาวะ (ความเป็นเอง) เป็นต้น ให้กลับ นิโรธญาณยังความปฏิบัติผิดในนิโรธอันได้แก่ความถือว่า ความหลุดพ้น (มี) ในอรูปโลกและในโลกุปปัตติ (ภูมิ ที่ถือว่าเป็นยอดโลก) เป็นต้น ให้กลับ มรรคญาณยังความปฏิบัติผิดในอุบายที่เป็นไปโดยอำนาจความถือในสิ่งที่มิใช่ทางแห่งวิสุทธิ อันต่างโดยกามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค ว่าเป็นทางแห่งวิสุทธิให้กลับ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวคำประพันธ์นี้ไว้ว่า :-

นรชนยังไม่รู้แจ้งสัจจะทั้งหลายอยู่ตราบใด เขาก็ยัง
หลงมงอยู่ในเรื่องโลก ในเหตุเกิดแห่งโลก ในนิพพานอัน
เป็นที่ดับแห่งโลก และในอุบาย (เครื่องเข้าถึง) นิพพานนั้น
อยู่ตราบนั้น

วินิจฉัยโดยกิจแห่งญาณในอริยสัจจ์นี้ บัณฑิตพึงทราบดังกล่าวมาจะนี้ ประการหนึ่ง

โดยประเภทแห่งธรรมที่นับเข้าในอริยสัจ

[๕๖๔] ข้อว่า โดยประเภทแห่งธรรมทั้งหลายที่อยู่ภายใน (คือนับเข้าในอริยสัจ) ดังนี้ ความว่า เว้นตัณหาและอกุสลธรรมทั้งหลายเสีย (โลกิยะ) ธรรมที่เหลือทั้งปวงนับเข้าในทุกขสัจ ตัณหาวิจริต ๓๖ นับเข้าในสมุทัยสัจ นิโรธไม่เจือปน (กับอะไร) โดยมุข (หัวหน้า) คือ สัมมาทิฏฐิ วิมังสาธิปทา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ และธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ นับเข้าในมรรคสัจ โดยอปเทศ (ข้ออ้าง) คือ สัมมาสังกัปปะ วิตก ๓ มีเนกขัมมวิตกเป็นต้น นับเข้าในมรรคสัจ โดยอปเทศคือสัมมาวาจา วจีสุจริต ๔ นับเข้าในมรรคสัจ โดยอปเทศคือสัมมากัมมันตะ กายสุจริต ๓ นับเข้าในมรรคสัจ โดยมุขคือสัมมาอาชีวะ อัปปิจฉตาและสันตุฏฐิตา นับเข้าในมรรคสัจ หรืออนึ่ง สัทธินทรีย์

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka