visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 86 | >>

บทว่า สปทานจารี กับบทว่า สปทานจาริกะ มีความเหมือนกัน. องค์แห่งภิกษุผู้มีอันเที่ยวไปอย่างไม่ขาดตอนเป็นปกติ ชื่อว่า สปทานจาริกังคะ.

5. เอกาสนิกังคะ

การฉันในที่นั่งอันเดียว ชื่อว่า เอกาสนะ. การฉันในที่นั่งอันเดียวนั้นเป็นปกติของภิกษุนี้ เหตุนั้นภิกษุนี้ชื่อว่า เอกาสนิกะ แปลว่า ผู้มีอันฉันในที่นั่งอันเดียวเป็นปกติ. องค์แห่งภิกษุผู้มีอันฉันในที่นั่งอันเดียวเป็นปกตินั้น ชื่อว่า เอกาสนิกังคะ.

6. ปัตตปิณฑิกังคะ

บิณฑบาตเฉพาะแต่ในบาตรอย่างเดียวเท่านั้น เพราะห้ามภาชนะอันที่สองเสีย ชื่อว่า ปัตตปิณฑะ แปลว่า บิณฑบาตในบาตร. บิณฑบาตในบาตรเป็นปกติของภิกษุนี้ เพราะในขณะหยิบเอาบิณฑบาตในบาตรก็ทำความสำนึกว่าเป็นบิณฑบาตในบาตร เหตุนั้นภิกษุนี้ชื่อว่า ปัตตปิณฑิกะ. องค์แห่งภิกษุผู้มีบิณฑบาตในบาตรเป็นปกตินั้น ชื่อว่า ปัตตปิณฑิกังคะ.

7. ขลุปัจฉาภัตติกังคะ

คำว่า ขลุ เป็นศัพท์นิบาตลงในความปฏิเสธ. ภัตตาหารที่ได้มาหลังจากที่ตนห้ามแล้ว ชื่อว่า ปัจฉาภัตตัง. การฉันปัจฉาภัตนั้น ชื่อว่า ปัจฉาภัตตโภชนะ การฉันปัจฉาภัตเป็นปกติของภิกษุนี้ เพราะรู้อยู่ว่าเป็นปัจฉาภัตในขณะฉันปัจฉาภัต เหตุนั้นภิกษุนี้ชื่อว่า ปัจฉาภัตติกะ. เมื่อมีคำว่า ขลุ ประกอบ จึงแปลว่า ผู้ไม่ฉันปัจฉาภัตเป็นปกติ. คำนี้เป็นชื่อของโภชนะที่มากเกินไป ซึ่งท่านห้ามไว้ด้วยอำนาจแห่งการสมาทาน.

ส่วนในคัมภีร์อรรถกถาพรรณนาไว้ว่า คำว่า ขลุ ได้แก่ นกชนิดหนึ่ง. นกขลุนั้นเอาปากคาบผลไม้แล้ว ครั้นผลไม้นั้นล่วงไปจากปากแล้วก็ไม่ยอมกินผลไม้อื่นอีก ภิกษุนี้มีปฏิปทาเหมือนนกขลุนั้น เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ขลุปัจฉาภัตติกะ. องค์แห่งภิกษุผู้ไม่ฉันปัจฉาภัตเป็นปกตินั้น ชื่อว่า ขลุปัจฉาภัตติกังคะ.

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka