visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 875 | >>

อย่างไร” (ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า) “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ชรามรณะย่อมมีเพราะปัจจัยคือชาติ ความสำคัญของข้าพระองค์ทั้งหลายในข้อนี้มีอย่างนี้ว่า ชรามรณะมีเพราะปัจจัยคือชาติ” (ตรัสต่อไปว่า) “คำที่เรากล่าวว่า ชาติมีเพราะปัจจัยคือภพ ฯลฯ สังขารทั้งหลายมีเพราะปัจจัยคืออวิชชา ดังนี้นี้ ภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีเพราะปัจจัยคืออวิชชาหรือหนอ หรือว่ามิใช่ หรือว่าความสำคัญของท่านทั้งหลายในข้อนี้มีอย่างไร” ดังนี้เป็นต้นก็ดี

แสดงแต่กลางถึงต้น

อนึ่ง ในคนพวกนั้น คนหนึ่งพบตอนกลางเถาวัลย์เข้าก่อนเขาก็ตัดมันตรงกลาง แล้วสาวลงไปส่วนล่างจนถึงโคน นำไปใช้งานฉันใด พระผู้มีพระภาค ก็ฉันนั้น ทรงแสดง (ปฏิจจสมุปบาท) เริ่มแต่กลางไปถึงต้นว่า “ภิกษุทั้งหลาย ก็แลอาหาร ๔ นี้มีอะไรเป็นต้นเหตุ มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด ? อาหาร ๔ นี้มีตัณหาเป็นต้นเหตุ มีตัณหาเป็นสมุทัย มีตัณหาเป็นกำเนิด มีตัณหาเป็นแดนเกิด ตัณหามีอะไรเป็นต้นเหตุ เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร มีอะไรเป็นต้นเหตุ สังขารมีอวิชชาเป็นเหตุ ฯลฯ มีอวิชชาเป็นแดนเกิด” ดังนี้ก็ดี

เหตุที่ทรงแสดงเช่นนี้

[๕๘๓] ถามว่า ก็เพราะเหตุใดจึงทรงแสดงอย่างนี้ ? แก้ว่า เพราะปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรม (สมนตกัฏฐ) มีความงามรอบตัว และเพราะพระองค์เองก็ทรงถึงซึ่ง (เทศนวิลาส) ความงามใน (กระบวน) เทศนาด้วย จริงอยู่ ปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมมีความงามรอบตัว จึงเป็นไปเพื่อแทงตลอดซึ่งธรรมที่ถูกต้อง เพราะ (กระบวน) เทศนานั้นๆ โดยแท้ พระผู้มีพระภาคเล่าก็ทรงถึงซึ่งความงามใน (กระบวน) เทศนา เพราะทรงประกอบด้วยพระสารัชฌญาณ ๔ และพระปฏิสัมภิทาญาณ ๔ และเพราะทรงถึงซึ่งพระคัมภีรภาพ ๔ ประการด้วย เพราะทรงถึงซึ่งความงามใน (กระบวน) เทศนา พระองค์จึงทรงแสดงธรรมได้โดยนัยต่างๆ แท้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka