visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 876 | >>

แต่ (เมื่อว่า) โดยความแปลกัน (แห่งเทศนาทั้ง ๔) อนุโลมเทศนา (การแสดงปฏิจจสมุปบาทโดยอนุโลม) ตั้งแต่ต้นไปอันใด อนุโลมเทศนานั้นบัณฑิตพึงทราบว่าเป็นไปแก่พระองค์ผู้ทรงพิจารณาเห็นเวไนยชนซึ่งยังเขลาอยู่ในการจำแนกเหตุแห่งปวัตติ (ความหมุนไป) ตามเหตุทั้งหลายที่เป็นของตนและเพื่อทรงชี้แจงลำดับแห่งความเกิดขึ้นด้วย

ปฏิโลมเทศนา (การแสดงปฏิจจสมุปบาทโดยปฏิโลม) ตั้งแต่ปลายเข้ามาอันใด ปฏิโลมเทศนานั้นพึงทราบว่าเป็นไปแก่พระองค์ผู้ทรงเล็งเห็นสัตว์โลกซึ่งต้องทุกข์ยากโดยนัย (พระพุทธรำพึง) ว่า “สัตว์โลกนี้ต้องทุกข์ยากหนอ เกิดอยู่ด้วย แก่อยู่ด้วย ตายอยู่ด้วย” ดังนี้เป็นต้น เพื่อทรงชี้แจงเหตุของทุกข์นั้นๆ มีชรามรณะเป็นต้น ซึ่งพระองค์ได้ทรง (ค้น) พบตามแนวความตรัสรู้ในตอนแรก (คือแรกตรัสรู้)

เทศนาที่เป็นไปตั้งแต่กลางถึงต้นอันใด เทศนานั้นพึงทราบว่าเป็นไปเพื่อทรงชี้แจงซึ่งลำดับแห่งเหตุและผล ตั้งต้นแต่ข้ามอดีตอัตถาเสีย ไปจนถึงอดีตอัตถาอีก ตามแนวกำหนดเหตุแห่งอาหาร

ส่วนเทศนาที่เป็นไปเริ่มแต่กลางถึงปลายอันใด เทศนานั้นพึงทราบว่า เป็นไปเพื่อทรงชี้แจงซึ่งธรรมอันจักมีในอนาคตอัตถา (กลางอนาคต) เริ่มแต่ความเกิดขึ้นแห่งธรรมอันเป็นเหตุแห่ง (ผลอันจักมีใน) อนาคตอัตถาในกาลปัจจุบัน (นี้เอง)

ในเทศนา (๔) นั้น อนุโลมเทศนาเริ่มแต่ต้นไป เพื่อทรงชี้แจงปวัตติ (ความหมุนไป) ตามเหตุทั้งหลายที่เป็นของตน และเพื่อทรงชี้แจงลำดับแห่งความเกิดขึ้นแก่วิไนยชนผู้ยังเขลาใน (การจำแนก) เหตุแห่งปวัตติ (ความหมุนไป) อันใด อนุโลมเทศนานั้นบัณฑิตพึงทราบว่า เป็นแบบที่ทรงวางไว้ในที่นี้

อวิชชาก็มีเหตุ

[๕๘๔] ถามว่า ก็เพราะเหตุไฉน ในปัจจยาการนี้ อวิชชา พระผู้มีพระภาคจึงตรัสไว้เป็นข้อ ต้น แม้อวิชชาก็เป็นสิ่งไม่มีเหตุ (แต่) เป็นตัวมูลเหตุของโลก ดังปกติ (ประกฏิ) ของพวกปกิณกที่ด้วยหรือ ? แก้ว่า อวิชชาเป็นสิ่งไม่มีเหตุหามิได้ เพราะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka