visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 882 | >>

โสก ความคร่ำครวญชื่อว่า ปริเทวะ ธรรมชาติที่ชื่อว่า ทุกขะ เพราะทำให้ลำบาก หรือชื่อว่าทุกขะ เพราะเดือดสองตอน โดย (ขุดตอน) เกิดขึ้น และ (ตอน) ตั้งอยู่ก็ได้ ความเป็นผู้เสียใจชื่อว่า โทมนัส ความตรอมใจอย่างหนักชื่อว่า อุปายาส

คำว่า “สมฺภวนฺติ - มี” ได้แก่ เกิดขึ้น อนึ่ง บัณฑิตอย่าพึงทำโยชนา (ประกอบ) สมฺภวนฺติ ศัพท์ เข้ากับบททั้งหลายมีโสกะเป็นต้นไปแต่เพียงเท่านั้น ที่ถูกต้องทำโยชนา สมฺภวนฺติ ศัพท์เข้ากับบททั้งปวง เพราะว่า เมื่อกล่าวโดยประการนอกนี้ (คือเมื่อไม่ประกอบ สมฺภวนฺติ ศัพท์) ว่า “อวิชชาปจฺจยา สงฺขารา” (เฉยๆ) ความก็มิได้ปรากฏว่า สังขารทั้งหลายทำอะไร (คือไม่มีบทกิริยา) แต่ครั้นมีประกอบศัพท์ว่า สมฺภวนฺติ เข้า ย่อมเป็นอันทำ ความกำหนดได้ทั้งปัจจยธรรมทั้งปัจจุบันธรรมว่า “อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย ตสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สมฺภวนฺติ อวิชชาด้วย อวิชชานั้นเป็นปัจจัยด้วย เหตุนั้น จึงชื่อว่าอวิชชาปัจจย สังขารทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นเพราะอวิชชาเป็นปัจจัยนั้น” ดังนี้ ในบททั้งปวงก็นัยนี้

คำว่า “เอวํ” เป็นคำชี้เยี่ยงที่แสดงมาแล้ว ด้วยคำ เอวํ นั้น แสดงว่า ปัจจุบันธรรมทั้งหลายเกิดขึ้น เพราะปัจจยธรรมมีอวิชชาเป็นต้นนั้นเองเป็นเหตุ หาใช่เกิดขึ้นเพราะพระอิศวร บันดาลเป็นต้นไม่ คำว่า “เอตสฺส - นั้น” คือ ตามที่กล่าวมา คำว่า “เกวลสฺส” แปลว่าไม่ (มีสุข) เจือปน หรือว่าทั้งมวล คำว่า “ทุกฺขกฺขนฺธสฺส” แปลว่า กองทุกข์ คือไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ของสุขของงามเป็นต้น คำว่า “สมุทโย” แปลว่า ความเกิดขึ้น คำว่า โหติ แปลว่าย่อมมี

วินิจฉัยโดยอรรถในพระบาลีปฏิจจสมุปบาทนี้บัณฑิตพึงทราบดังพรรณนามาจะนี้

วินิจฉัยโดยลักษณะเป็นต้น

[๕๘๘] คำว่า “โดยลักษณะเป็นต้น” คือโดยลักษณะเป็นต้น แห่งบทมีอวิชชาเป็นอาทิ ลักษณะเป็นต้นนี้อย่างไรบ้าง ?

อวิชชา มีความไม่รู้เป็นลักษณะ มีการทำให้หลงเป็นรส มีการปกปิด (เสียซึ่งสภาวะ) เป็นปัจจุปัฏฐาน มีอาสวะเป็นปทัฏฐาน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka