visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 881 | >>

นั้นเป็นไปในไตรภูมิ เรียกว่า อภิสังขรณกสังขาร อาคตสถานแห่งอภิสังขรณกสังขารนั้นปรากฏในพระบาลีทั้งหลายมีพระบาลีว่า “ภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนคนนี้ที่ตกอยู่ในอวิชาย่อม สร้างสังขารที่เป็นบุญบ้าง...” ดังนี้เป็นต้น ส่วนความเพียรทางกายและทางจิต เรียกว่า ปโยคาภิสังขาร ปโยคาภิสังขารนั้นมาในพระบาลีทั้งหลายว่า “ความดำเนินไปแห่งอภิสังขาร (คือกำลังความเพียร) มีเพียงใด เขาก็ไปได้เพียงนั้นแล้วก็หยุดราวกะเกวียนเพลาหักฉะนั้น” ดังนี้เป็นต้น

อนึ่ง สังขารที่มาโดยสังขารศัพท์ ใช่มีแต่สังขาร ๔ นั้นเท่านั้นก็หามิได้ สังขารที่มาโดยสังขารศัพท์อื่นๆ อีกก็มิเป็นอเนกโดยนัย (พระบาลี) ว่า “อาวุโส วิสาขะ เมื่อภิกษุเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ วจีสังขารดับก่อน แต่นั้นกายสังขารดับ ต่อนั้นจิตตสังขารจึงดับ” ดังนี้เป็นต้น ในสังขารทั้งหลายนี้ สังขารที่จะไม่พึงถึงความสงเคราะห์ในสังขตสังขารหามีไม่

อรรถแห่งศัพท์ที่มีวิญญาณเป็นต้น

อธิบายในพระบาลีทั้งหลายมีคำว่า “สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ วิญญาณมีเพราะปัจจัยคือสังขาร” เป็นต้น ต่อไป พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วเถิด ส่วนในคำที่ยังมิได้อธิบาย พึงทราบดังต่อไปนี้ :-

ธรรมชาติที่ชื่อว่า วิญญาณ เพราะรู้ (อารมณ์) ต่างๆ ชื่อว่า นาม เพราะน้อมไป (สู่อารมณ์) ชื่อว่า รูป เพราะ (รู้จัก) สลาย ชื่อว่า อายตนะ เพราะแผ่ไปในอายะ (คือขยายตัว) และเพราะนำให้อายตะ (คือต่อออกไป) สภาพที่ชื่อว่า ผัสสะ เพราะถูกต้องกันเข้า (แห่งอายตนะภายในกับอายตนะภายนอก) ธรรมชาติที่ชื่อว่าเวทนา เพราะรู้รสอารมณ์ ชื่อว่า ตัณหา เพราะกระหาย (อารมณ์) ชื่อว่า อุปาทาน เพราะถือมั่น สภาพอันชื่อว่า ภพ เพราะเป็นขึ้น หรือเพราะทำให้เป็นขึ้น ความเกิดชื่อว่า ชาติ ความแก่ชื่อว่า ชรา ธรรมชาติอันชื่อว่า มรณะ เพราะเป็นเหตุตาย (แห่งสัตว์) ความเศร้า ชื่อว่า

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka