visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 893 | >>

วิญญาณธาตุและธรรมทั้งหลายที่สัมปยุตกับจักขุวิญญาณธาตุนั้น เป็นปัจจัยโดยเป็นอนันตรปัจจัย แห่งมโนธาตุและแห่งธรรมทั้งหลายอันสัมปยุตกับมโนธาตุนั้น” ดังนี้เป็นต้น อนันตรปัจจัยอันใด สมนันตรปัจจัยก็คือนั้นแหละ แท้จริง ความต่างกันในปัจจัยคู่นี้เป็นเพียงพยัญชนะเท่านั้น ดูความต่างเพียงพยัญชนะในศัพท์อุปจยะ (เติบขึ้น) กับ สันติ (สืบต่อ) และในศัพท์คู่คือ อิริวจนะ (คำเรียก) กับ นิรุตติ (คำกล่าว) ฉะนั้น แต่ความต่างโดยอรรถหามีไม่

ส่วนมติของอาจารย์ทั้งหลายว่า “ธรรมที่ชื่อว่าอนันตรปัจจัยเพราะความเป็นธรรมไม่มีระหว่างโดยอรรถ (คือไม่มีความอั้นคั่น) ชื่อว่าสมนันตรปัจจัยเพราะความเป็นธรรมไม่มีระหว่างโดยกาล (คือไม่มีกาลคั่น)” ดังนี้ใด มตินั้นผิดจากพระบาลีว่า “เมื่อพระโยคาวจรออกจากนิโรธ แนวสัญญานาสัญญายตนกุศลย่อมเป็นปัจจัยโดยเป็นสมนันตรปัจจัยแห่งผลสมาบัติ” ดังนี้เป็นต้น

ในความที่ธรรมเป็นสมนันตรปัจจัยเพราะความเป็นธรรมไม่มีระหว่างโดยกาลนั้น อาจารย์ทั้งหลายกล่าวแม้คำใดว่า “ความเมื่อธรรมนั้นเป็นธรรมสามารถในอันยังธรรมทั้งหลายให้ตั้งขึ้นมิได้เสื่อมไป แต่เพราะกำลังแห่งภาวนากันไว้ ธรรมทั้งหลายที่เป็นสมนันตรจึงยังเกิดขึ้นมิได้” ดังนี้ แม้คำนั้นก็ยังความไม่มีแห่งความเป็นกาลนันตระ (ไม่มีระหว่างโดยกาล) นั่นเองให้สำเร็จ (คือพิสูจน์ให้เห็นว่าความเป็นกาลนันตระไม่มีนั่นเอง) เพราะความเป็นกาลนันตระในธรรมนั้นไม่มีด้วยกำลังแห่งภาวนา เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงยังคงยืนยันข้อนั้นแหละ (คือกาลนันตระไม่มี) ก็เหตุใดความเป็นกาลนันตระไม่มี เพราะเหตุนั้น ความที่ธรรมนั้นเป็นสมนันตรปัจจัยก็ใช่ไม่ได้ ด้วยว่าความเห็นของท่านทั้งหลายว่า “ธรรมที่ชื่อว่าเป็นสมนันตรปัจจัยแห่งธรรมทั้งหลายนั้น เพราะความเป็นธรรมไม่มีระหว่างโดยกาล” (เช่นนั้นนี้)

เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายอย่าทำความยึดมั่น (ความเห็น) ไปเลย พึงเชื่อเถิด (ว่า) ความต่างกันในปัจจัยคู่นี้ ก็เพียงแต่โดยพยัญชนะเท่านั้น หาต่างกันโดยอรรถไม่มี ต่างกันโดยพยัญชนะอย่างไร ? ต่างกันเท่านี้คือ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka