ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
กามาวจร ในเมื่ออารมณ์นั้นเป็นอารมณ์มีกำลังในทวารทั้ง ๖ เป็นไปวาระเดียวบ้าง สองวาระบ้าง ด้วยอำนาจแห่งตทารัมมณะในอารมณ์ที่ชวนะยึดไว้” ดังนี้ แต่ในอรรถกถาพระอภิธรรม วารจิตในตทารัมมณะมาเป็น ๒ (วาระเดียวไม่มี) ก็แล จิตดวงนี้มี ๒ ชื่อ คือ ชื่อว่าตทารัมมณะ และชื่อว่าปฏิฐูภาวังค์ (มีภวังค์แอบหลัง) และเป็นจิต มีทวารและอารมณ์ไม่แน่ แต่มีวัตถุคงตัว มีฐานและกิจไม่ตายตัวแล
วิญญาณ ๑๓ ดวง พึงทราบว่า เป็นไปในส่วนปวัตติในปัญจโวการภพเท่านั้น ดังกล่าวมาฉะนี้ก่อน
ในวิญญาณ ๑๙ ที่เหลือเล่า วิญญาณอะไรๆ ไม่เป็นไปโดยปฏิสนธิ (กิจ) อันควรแก่ตนก็หามิได้ แต่ในส่วนปวัตติ อันดับแรกอเหตุกมโนวิญญาณธาตุอันเป็นกุศลวิบากและอกุศลวิบากทั้ง ๒ ยังกิจ ๔ ให้สำเร็จ คือ ยังสันตีรณกิจในลำดับแห่งกุศลอกุศลวิบากมโนธาตุในปัญจทวารให้สำเร็จ ยังตทารัมมณกิจในทวาร ๖ โดยนัยที่กล่าวในตอนต้นให้สำเร็จ เมื่อจิตตุปบาทที่เข้าไปตัดภวังค์ไม่มี ก็ยังภวังคกิจเบื้องหน้าแต่ปฏิสนธิที่ต้นให้แล้วให้สำเร็จ และยังจุติกิจในบั้นปลายให้สำเร็จ เป็นวิญญาณธาตุที่มีวัตถุคงตัว แต่มีทวาร อารมณ์ ฐานและกิจไม่คงตัวเป็นไป
สเหตุกจิตฝ่ายกามาวจร ๘ ยังกิจ ๓ ให้สำเร็จ คือยังตทารัมมณกิจในทวาร ๖ โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละให้สำเร็จ เมื่อจิตตุปบาทที่เข้าไปตัดภวังค์ไม่มี ก็ยังภวังคกิจเบื้องหน้าแต่ปฏิสนธิที่ต้นให้แล้วให้สำเร็จ และยังจุติกิจในบั้นปลายให้สำเร็จ เป็นจิตนอกจากนี้มีวัตถุคงตัว แต่ทวาร อารมณ์ ฐานและกิจไม่คงตัวเป็นไป
รูปาวจรวิญญาณ ๕ และอรูปาวจรวิญญาณ ๔ ยังกิจ ๒ ให้สำเร็จ คือเมื่อจิตตุปบาทที่เข้าไปตัดภวังค์ไม่มี ก็ยังภวังคกิจเบื้องหน้าแต่ปฏิสนธิที่ต้นให้แล้วให้สำเร็จเป็นไป และยังจุติกิจในบั้นปลายให้สำเร็จเป็นไป ในจิต ๒ ประเภทนั้น รูปาวจรจิตทั้งหลายมีวัตถุทวารและอารมณ์คงตัวแต่ฐานและกิจไม่คงตัว ส่วนอรูปาวจรจิตทั้งหลายนอกจากนี้มีวัตถุคงตัว อารมณ์คงตัว แต่ฐานและกิจก็ไม่คงตัวเป็นไปแล
วิญญาณทั้ง ๒๒ ดวง ย่อมเป็นไปเพราะสังขารเป็นปัจจัยในส่วนปวัตติดังกล่าวมาฉะนี้ก่อน สังขารนั้นๆ เป็นปัจจัยโดยเป็นกัมมปัจจัยและเป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่ปวัตติวิญญาณ ๒๒ ดวงนั้นในปวัตตินั้น