visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 912 | >>

ความเป็นไปแห่งวิญญาณ

[๖๒๑] วิญญาณใด ย่อมมีเพราะปัจจัยคือสังขารใดแล้ว บัดนี้ พึงทราบปวัตติ (ความเป็นไปเรื่องราว) แห่งวิญญาณนั้นดัง (ต่อไป) นี้

ก็วิญญาณทั้งปวงนั้นแล ย่อมเป็นไปโดยส่วน ๒ ด้วยอำนาจแห่งปวัตติ (ความเป็นไปส่วน ต่อแต่ว่าปฏิสนธิไป) และ (ส่วนตอน) ปฏิสนธิ ใน ๒ ส่วนนั้น วิญญาณ ๑๓ ดวงนี้ คือ ปัญจวิญญาณ ๑๐ มโนธาตุ ๒ อเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นโสมนัสสสหรคต (๑) ย่อมเป็นไปในส่วนปวัตติในปัญจโวการภพเท่านั้น วิญญาณที่เหลือ ๑๙ ดวง เป็นไปทั้งในส่วนปวัตติทั้งในส่วนปฏิสนธิตามสมควรใน ๓ ภพ (คือปัญจโวการภพ จตุโวการภพ และเอกโวการภพ)

ปุจฉาว่าเป็นอย่างไร ?

ส่วนปวัตติ

วิสัชนาว่า ในอรรถกถามัชฌิมนิกายกล่าวไว้ว่า “อันดับแรกวิญญาณ ๕ มีจักขุวิญญาณเป็นต้นฝ่ายกุศลวิบาก ปรากฏอารมณ์มีรูปเป็นต้น ที่มาปรากฏทางทวารมีจักขุทวารเป็นต้น ของบุคคลผู้เกิดมาด้วยกุศลวิบาก หรือด้วยอกุศลวิบากก็ตาม ที่มีอินทรีย์เข้าถึงความแก่กล้าแล้วตามลำดับ เป็นอนุปุพพารมณ์ก็ตาม อนุปุพพขันตตารมณ์ก็ตาม อาศัยประสาทมีจักขุประสาทเป็นอาทิ ก็ยังกิจคือการเห็น การได้ยิน การดม การลิ้ม การสัมผัสให้สำเร็จเป็นไป วิญญาณ ๕ ฝ่ายอกุศลวิบากก็เป็นอย่างนั้น เป็นแต่ อารมณ์ของอกุศลวิบากวิญญาณเหล่านั้น เป็นอนิฏฐารมณ์หรืออนิฏฐขันตตารมณ์สิ้นเชิง (เท่า) นี้เองเป็นความแปลกกัน จริงอยู่ วิญญาณทั้ง ๑๐ นั้นก็ดีมีทวาร อารมณ์ วัตถุและฐานคงตัว และมีกิจตายตัวอยู่เท่านั้นเอง ต่อบั้น มโนธาตุที่เป็นกุศลวิบากในลำดับแห่งวิญญาณทั้งหลาย มีจักขุวิญญาณเป็นต้นที่เป็นกุศลวิบาก ปรากฏอารมณ์ของวิญญาณเหล่านั้นแหละ อาศัยหทยวัตถุ ก็ยังสัมปฏิจฉนกิจให้สำเร็จเป็นไป มโนธาตุฝ่ายอกุศลวิบาก ในลำดับแห่งอกุศลวิบากวิญญาณทั้งหลายก็เป็นไปอย่างนั้น ก็แต่ว่ามโนธาตุคู่นี้มีทวารและอารมณ์ไม่แน่ แต่มีวัตถุและฐานคงตัวและกิจตายตัว ส่วนอเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ที่เป็นโสมนัสสสหรคตในลำดับแห่งกุศลวิบากมโนธาตุ ก็ปรากฏอารมณ์แห่งกุศลวิบากมโนธาตุนั้นแหละ อาศัยหทยวัตถุ ยังสันตีรณกิจให้สำเร็จด้วยดีสักวังคันที่สุด แห่งชวนะที่สัมปยุตด้วยโลภะโดยมาก แห่งเหล่าสัตว์จำพวก

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka