ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ในบรรดาปังสุกูลิกภิกษุ 3 ประเภทนั้น ในขณะที่ปังสุกูลิกภิกษุรูปใดรูปหนึ่งยินดีต่อผ้าที่พวกคฤหัสถ์ถวายตามความพอใจตามความเห็นของเขานั่นเทียว ธุดงค์ย่อมแตก คือหายจากสภาพธุดงค์ทันที. ว่าด้วยความแตกในปังสุกูลิกังคธุดงค์ เพียงเท่านี้.
อานิสงส์ในธุดงค์นี้มีดังต่อไปนี้ คือ โดยที่มีพระพุทธพจน์อยู่ว่า การบวชอาศัยบังสุกุลจีวร ดังนี้ ภิกษุผู้ทรงไว้ซึ่งผ้าปังสุกูลนั้นชื่อว่าเป็นผู้มีความประพฤติปฏิบัติสมควรแก่ปัจจัยอันเป็นเครื่องอาศัย เป็นการดำรงตนไว้ในอริยวงศ์ประการที่หนึ่ง คือความสันโดษในจีวร ไม่เป็นทุกข์ในการรักษา ไม่มีพฤติการณ์เป็นที่เกาะอาศัยของผู้อื่น ไม่หวาดกลัวด้วยโจรภัย ไม่เป็นการบริโภคด้วยตัณหา มีบริขารเหมาะสมแก่สมณสารูป เป็นผู้มีปัจจัยเหมือนดังพระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญว่า ปัจจัยเหล่านั้นเป็นสิ่งเล็กน้อยด้วย หาได้ง่ายด้วย หาโทษมิได้ด้วย เป็นผู้เป็นที่น่าเลื่อมใส เป็นการสำเร็จผลแห่งคุณมีความเป็นผู้มักน้อยเป็นต้นให้เจริญ เป็นการเพิ่มพูนสัมมาปฏิบัติยิ่งขึ้น และเป็นการวางไว้ซึ่งทิฏฐานคติแก่มวลชนในภายหลัง.
ภิกษุผู้สำรวม ทรงไว้ซึ่งผ้าปังสุกูล เพื่อพิฆาตพญามารและเสนามาร ย่อมสง่างามเหมือนดังทหารผู้ทรงสวมสอดเกราะแล้ว ย่อมทรงสง่างามในยุทธภูมิ ฉะนั้น.
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นครูแห่งโลก ทรงเลิกใช้ผ้าอย่างดีมีผ้าทำในแคว้นกาสีเป็นต้น แล้วมาทรงใช้ผ้าปังสุกูลจีวรอันใด ใครเล่าที่จะไม่ใช้ผ้าปังสุกูลจีวรอันนั้น.