ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ส่วนอุปาทาน ๓ ที่เหลือ โดยสังเขปก็เป็นเพียงทิฏฐิ (อย่างหนึ่ง ๆ) เท่านั้น
ส่วนว่าโดยพิสดาร ความหนาแน่นเหนียวแห่งตัณหาในอารมณ์ทั้งหลายมีรูป เป็นต้นอันมีประเภทตั้ง ๑๐๘ ที่กล่าวมาก่อน (นั้น) เป็นกามุปาทาน มิจฉาทิฏฐิ ๑๐ เป็นทิฏฐุปาทาน ดังพระบาลีว่า “ในอุปาทานเหล่านั้น ทิฏฐุปาทานเป็นอย่างไร ? ความเห็น ฯลฯ ความถือวิปลาส เช่นนี้ว่า “การให้ (เป็นทาน) ไม่มี (ผลวิบาก) การ (ให้เป็นการ) บูชาไม่มี (ผลวิบาก) ฯลฯ สมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้ดำเนินชอบปฏิบัติชอบ ผู้ซึ่งทำให้แจ้งซึ่งโลกนี้และโลกอื่นด้วยอภิญญาเองแล้ว (ประกาศ) ให้รู้ทั่วกันไม่มีในโลก” ดังนี้อนิใด อันนี้เรียกว่าทิฏฐุปาทาน”
ส่วนความยึดมั่นว่า “ความบริสุทธิ์มีได้ด้วยศีลและพรตทั้งหลายเป็นสีลัพพต-ปาทาน ดังพระบาลีว่า “ในอุปาทานเหล่านั้น สีลัพพตุปาทานเป็นอย่างไร ? ความเห็น ฯลฯ ความถือวิปลาส เช่นนี้ว่า “ความบริสุทธิ์มีได้ด้วยศีล ความบริสุทธิ์มีได้ด้วยพรต ความบริสุทธิ์มีได้ด้วยศีลและพรต” ดังนี้อนิใด อันนี้เรียกว่าสีลัพพตุปาทาน”
สักกายทิฏฐิมีวัตถุ ๒๐ เป็นอัตตวาทุปาทาน ดังพระบาลีว่า “ในอุปาทานเหล่านั้น อัตตวาทุปาทานเป็นอย่างไร ? ปุถุชนผู้มิได้สดับในโลกนี้ ฯลฯ มิได้รับแนะนำในธรรมของสัตบุรุษ ย่อมเห็นรูปโดยความเป็นตน ฯลฯ ความเห็น ฯลฯ ความถือวิปลาสเช่นนั้นอนิใด อันนี้เรียกว่า อัตตวาทุปาทาน”
นี่เป็นความสังเขปและความพิสดารแห่งธรรมในอุปาทานนั้น
ส่วนในข้อว่า “โดยลำดับ” นั้น มีพรรณนาว่า ลำดับมี ๓ อย่าง คือ ลำดับความเกิดขึ้น ๑ ลำดับการละ ๑ ลำดับการแสดง ๑
ในลำดับ ๓ อย่างนั้น เพราะไม่มีว่า “ความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้มีก่อนเพื่อน ในสงสารอันไม่มีใครรู้เบื้องต้นเบื้องปลาย” ดังนี้ ลำดับความเกิดขึ้นแห่งกิเลสทั้งหลายท่านจึงไม่กล่าวไว้โดยตรง แต่โดยอ้อมพึงกล่าวว่า อัตตวาทุปาทานเกิดก่อนเพื่อน ต่อั้น