visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 948 | >>

ถามว่า - บุคคลทั้งหลาย ย่อมกล่าวก็ดี ย่อมถือมั่นก็ดี ซึ่งอะไร ?

ตอบว่า-ซึ่งอัตตา สิ่งเป็นเหตุกล่าวเป็นเหตุถือมั่นซึ่งอัตตา ชื่อว่า อัตตวาทุปาทาน

อีกอรรถหนึ่ง บุคคลทั้งหลาย ย่อมถือมั่นเอาเพียงคำว่าอัตตาเท่านั้นเองว่าเป็นอัตตา เพราะสิ่งนั้น (เป็นเหตุ) เหตุนั้น สิ่งนั้นจึงชื่อว่า อัตตวาทุปาทาน (แปลว่า สิ่งเป็นเหตุถือมั่นเพียงคำว่าอัตตา)

นี่เป็นอรรถวิภาคแห่งอุปาทานเหล่านั้น เป็นอันดับแรก

โดยสังเขปและโดยพิสดาร

ส่วนในข้อสังเขปและพิสดารแห่งธรรม (นั้น) โดยสังเขป อันดับแรก ตัณหาทัฬหัตตะ (ความแน่นเหนียวแห่งตัณหา) เรียกว่า กามุปาทาน เพราะมาในพระบาลีว่า “ในอุปาทาน ๔ นั้น กามุปาทานเป็นไฉน ? กามฉันทะ (ความพอใจด้วยอำนาจกิเลสกาม) ในกาม (คุณ) ทั้งหลาย อันใด กามราคะ (ความกำหนัดด้วยอำนาจกิเลสกาม) ในกาม (คุณ) ทั้งหลาย อันใด กามนันทิ (ความยินดีด้วยอำนาจกิเลสกาม) ในกาม (คุณ) ทั้งหลาย อันใด กามตัณหา (ความอยากด้วยอำนาจกิเลสกาม) ในกาม (คุณ) ทั้งหลาย อันใด กามเสน่หา (ความรักด้วยอำนาจกิเลสกาม) ในกาม (คุณ) ทั้งหลาย อันใด กามปริฬาหะ (ความรุ่มร้อนด้วยอำนาจกิเลสกาม) ในกาม (คุณ) ทั้งหลาย อันใด กามมุจฉา (ความสยบอยู่ด้วยอำนาจกิเลสกาม) ในกาม (คุณ) ทั้งหลาย อันใด กามชโลสนะ (ความพอใจอยู่ด้วยอำนาจกิเลสกาม) ในกาม (คุณ) ทั้งหลาย อันใด อันนี้เรียกว่า กามุปาทาน”

อุทฺธตตณฺหา (ตัณหาที่เกิดทีหลังต่อ ๆ มา) อันเกิดเป็นโทษหนาแน่นขึ้น เพราะมีปุริมตัณหา (ตัณหาที่เกิดก่อน ๆ) เป็นอุปนิสสยปัจจัยนั่นเอง ชื่อว่าตัณหาทัฬหัตตะ

แต่อาจารย์บางเหล่ากล่าวว่า “ความปรารถนาอารมณ์ที่ยังไม่มาถึงเป็นตัณหา อุปมาดังการยื้อมือของโจร (ความหาสิ่งของ) ในที่มีดุจฉะนั้น ความยึดเอาอารมณ์ที่มาถึงเข้าไว้เป็นอุปาทาน อุปมาดังการคว้าเอาสิ่งของ (ที่ตนเจอเข้า) ของโจรนั่นแหละ อันธรรม (ทั้งสอง) นั้นเป็นปฏิปักษ์ต่ออัปปิจฉตาและสันตุฏฐิตา (คนละอย่าง) ซึ่งเป็นมูลแห่งปโยสนทุกข์ (ทุกข์เพราะการแสวงหา) และอารักขทุกข์ (ทุกข์เพราะการรักษา)” (คนละอย่างเหมือนกัน)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka