visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 956 | >>

จริงอยู่ ปุถุชนเปรียบเหมือนคนบ้า เขาหาวิจารว่า สิ่งนี้ควร สิ่งนั้นไม่ควร ไม่ปรารถนาภพทุกภพด้วยอำนาจอุปาทานทุกข้อ แล้วก็ทำกรรมทุกอย่างที่เดียว เพราะฉะนั้น อาจารย์บางเหล่ากล่าวได้ว่า “รูปภพ อรูปภพย่อมไม่มีเพราะสีลัพพต-ปาทาน” ดังนี้ คำนั้นจึงไม่ควรถือเอา แต่ควรถือว่า “ภพทั้งปวงย่อมมีได้เพราะอุปาทานทั้งปวง” ข้อนี้มีอย่างไร ?

อุปาทานเป็นปัจจัยแก่กามภพ

บุคคลบางคนในโลกนี้ คิดไปด้วยอำนาจการได้ยินสืบกันมาบ้าง ตามแบบอย่างที่ได้เห็นบ้างว่า “อันกามทั้งหลายนั้น ก็สมบูรณ์แต่ในตระกูลมหาคามีตระกูลขัตติยมหาคาลเป็นต้น ในมนุษยโลกและในกามาวจรเทวโลก ๖ ชั้นเท่านั้น” ดังนี้แล้ว ถูกลัทธิปริสธรรมมีการฟังเรื่องอสัทธรรมเป็นต้น กล่อม (สงสัย) ใจเข้าสำคัญไปว่ากามทั้งหลายจะสำเร็จได้ด้วยการกระทำ (อย่าง) นี้ (คืออย่างที่ได้ยิน) เลยกระทำทุจริตมีกายทุจริตเป็นต้นไปตามอำนาจแห่งกามุปาทานเข้าก็ได้ เพื่อ (ให้) ได้กามทั้งหลายนั้น เพราะทุจริตเต็มเข้า เขาก็ไปเกิดในอบาย หรือมิฉะนั้น เมื่อปรารถนากามทั้งหลายที่ประสบเข้าหรือจะคุ้มครองกามทั้งหลายที่ได้มาก็ตาม ทำทุจริตมีกายทุจริตเป็นต้นเข้าด้วยอำนาจแห่งอุปาทาน (ก็ได้) เพราะทุจริตเต็มเข้า เขาก็ไปเกิดในอบาย

กรรมที่เป็นเหตุแห่งความอุบัติในอบายนั้นเป็นกรรมภพ ขันธ์ทั้งหลายที่เกิดเพราะกรรมนั้นก็เป็นอุปปัตติภพของบุคคลนั้น ส่วนสัญญาภพและปัญจโวการภพก็รวมอยู่ในนั้นนั่นเอง

ฝ่ายบุคคลอีกคนหนึ่งเป็นผู้มีความรู้เพิ่มพูนขึ้นด้วยสัปปุริสธรรมทั้งหลายมีการได้ฟังสัทธรรมเป็นต้นแล้ว สำคัญว่ากามทั้งหลายจะสำเร็จได้ด้วยการกระทำ (อย่างนี้) ก็กระทำสุจริตมีกายสุจริตเป็นต้น ด้วยอำนาจกามุปาทาน เพราะสุจริตเปี่ยมเข้า เขาก็ไปเกิดในหมู่เทพบ้าง ในหมู่มนุษย์บ้าง

กรรมอันเป็นเหตุแห่งความอุบัติในหมู่เทพและมนุษย์นั้นเป็นกรรมภพ ขันธ์ทั้งหลายที่เกิดเพราะกรรมนั้นเป็นอุปปัตติภพของบุคคลนั้น ส่วนสัญญาภพและปัญจโวการภพก็รวมอยู่ในนั้นเหมือนกัน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka