visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 963 | >>

ภวจักรปราศจากผู้สร้างผู้เสวย

ภวจักรนี้นั้น เพราะเหตุที่ความหมุนไปแห่งธรรมทั้งหลายมีสังขารเป็นอาทิ ย่อมมีเพราะเหตุทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้น จึงว่างเว้นจากผู้สร้างสังสาระคือพรหมเป็นต้น ซึ่งกำหนดกันเอา (เอง) อย่างนี้ว่า “พุรหมา พระพรหม มหาพรหมา ท้าวมหาพรหม เสฏฺโฐ ท่านผู้เป็นใหญ่ สชิตา ท่านผู้บันดาล” อันไปจากเหตุมีอวิชชาเป็นต้นนั้นก็ดี จากผู้เสวยสุขและทุกข์คืออัตตาซึ่งกำหนดกันเอา (เอง) อย่างนี้ว่า “ก็แล อัตตาของเรานั้นแล เป็น เวทิต ผูกล่าว เวเทยฺโย ผู้เสวย” ฉะนี้ก็ดี

ภวจักร บัณฑิตพึงทราบว่าปราศจากผู้สร้างและผู้เสวย ดังกล่าวมานี้

ภวจักรว่างเปล่าโดยสูญญตา ๑๒ ประการ

อีกประการหนึ่ง ในปฏิจจสมุปบาทธรรมนี้ อวิชชาชื่อว่าว่างจากความยั่งยืน เพราะมีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ๑ (ว่าง) จากความงาม เพราะเป็นสังกิเลสิกธรรม เหตุเป็นธรรมเศร้าหมอง ๑ (ว่าง) จากความเป็นสุข เพราะถูกความเกิดและความเสื่อมไป บีบคั้น ๑ (ว่าง) จากความเป็นอัตตา คือที่ (หมายความว่า) เป็นสิ่งบังคับได้ เพราะมีความเป็นไปเนื่องด้วยปัจจัย ๑ แม้องค์ทั้งหลายมีสังขารเป็นต้นก็อย่างนั้น เหตุใด นัยหนึ่ง อวิชชา มิใช่ตน มิใช่ของตน มิใช่มีในตน มิใช่มีตน แม้องค์ทั้งหลาย มีสังขารเป็นต้นก็อย่างนั้น เหตุใด เหตุนั้น ภวจักรนั้น บัณฑิตพึงทราบเถิดว่า ว่างเปล่าโดยสูญญตา ๑๒ ประการ (โดยนัยดังกล่าวมา)

มูลและกาลแห่งภวจักร

[๖๕๓] ก็แล ครั้นทราบอย่างนี้แล้ว พึงทราบอีกว่า:-

คาถาสังเขปมูลและกาล

อวิชชาและตัณหาเป็นมูลแห่งภวจักรนั้น กาลของมันมี ๓ มีอดีตกาลเป็นต้น องค์ในกาล ๓ นั้นโดยสรุปก็เป็น ๒ เป็น ๘ และเป็น ๒ เท่านั้นเอง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka