visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 973 | >>

ลึกโดยการแสดง

ประการหนึ่ง เหตุใด แม้การแสดงปฏิจจสมุปบาทนั้นก็ลึก เพราะเป็นการแสดงที่พึงให้ดำเนินไปโดยเหตุนั้น ๆ โดยประการนั้น ๆ ญาณอันแต่พระสัพพัญญุตญาณย่อมไม่ได้ที่ตั้ง ในปฏิจจสมุปบาทนั้น จริงอย่างนั้น ภวจักรนั้น ในบางสูตรทรงแสดงอนุโลม บางสูตรทรงแสดงโดยปฏิโลม บางสูตรทรงแสดงทั้งโดยอนุโลมและปฏิโลม บางสูตรทรงแสดงตั้งแต่ตอนกลางไปโดยอนุโลมบ้าง บางสูตรทรงแสดงทั้ง ๓ สนธิ ๔ สังคหะ บางสูตรทรงแสดง ๒ สนธิ ๓ สังคหะ บางสูตรทรงแสดงแต่สนธิเดียว ๒ สังคหะ เหตุนั้น ภวจักรนี้จึงชื่อว่าลึกโดยการแสดงผล นี้เป็นความลึกโดยการแสดง

ลึกโดยปฏิเวธ

ประการหนึ่ง เหตุใด ในปฏิจจสมุปบาทธรรมนี้ สภาวะแห่งธรรมมีอวิชชาเป็นต้นนั้นใด อนึ่ง เพราะสภาวะใดที่พระโยคาวจรแทงตลอดแล้ว ธรรมทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้นก็เป็นอันได้แทงตลอดโดยลักษณะประจำตัว (ของธรรมนั้น ๆ) อย่างถูกต้องด้วย สภาวะนั้นจัดว่าลึกเพราะยังได้ยาก เหตุนั้น ภวจักรนี้จึงชื่อว่าลึกโดยปฏิเวธ

นัยเดียวกันนั้นแล เหตุใด ในปฏิจจสมุปบาทธรรมนี้ อรรถคือความไม่รู้ ความไม่เห็น ความไม่แทงตลอดด้วยยถีชังจจะแห่งอวิชชาก็ลึก อรรถคือความปรุงแต่ง ความพอกพูนขึ้น ความเป็นไปกับราคะ ความแย่งต่อราคะแห่งสังขารทั้งหลายก็ลึก อรรถคือความว่างเปล่า ความไม่ขวนขวาย (คือไม่มีความคิด) ความไม่เคลื่อนที่ไป (แต่) ปรากฏโดยปฏิสนธิได้ แห่งวิญญาณก็ลึก อรรถคือความเกิดขึ้นพร้อมกัน ความแยกกัน ความแยกกันไม่ได้ ความน้อมไปได้ ความสลายได้แห่งนามรูปก็ลึก อรรถคือความเป็นอินทรีย์ ความเป็นโลก ความเป็นทวาร ความเป็นเขต ความเป็นวิสัย (คือเป็นอินทรีย์) แห่งสฬายตนะก็ลึก อรรถคือความต้องกันเข้า ความเบียดกันเข้า ความถึงกันเข้า ความประชุมกันเข้าแห่งผัสสะก็ลึก อรรถคือความเสวยรสอารมณ์ ความเป็นสุข เป็นทุกข์ และกลาง ๆ ความเสวยอย่างนิชชีวะ (คือไม่มี อัตตาผู้เสวย) แห่งเวทนาก็ลึก อรรถคือความเพลิดเพลิน ความจอดใจ ความปรารถนา (ที่ไหลรด) ดุจลำธาร (แผ่คลุม) ดุจเครือเถา (แผ่กว้าง) ดุจแม่น้ำ และไม่รู้จักเต็มดุจทะเล แห่งตัณหาก็ลึก อรรถคือความยึด ความถือ ความปักใจ ความจับใจ ความก้าวล่วง

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka