visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 974 | >>

ยากแห่งอุปาทานก็ลึก อรรถคือความประมวลไว้ ความปรุงแต่งไว้ และความเซ็ดไปเป็นกำเนิด ในคติ ใน (วิญญาณ) จุติ และใน (สัตต) นิวาสแห่งภพก็ลึก อรรถคือ ความเกิด ความได้กำเนิด ความหยั่งลง (ในครรภ์) ความผลิตขึ้น ความปรากฏขึ้นแห่งชาติก็ลึก อรรถคือความลื่นไป ความเสื่อมไป ความตกไป ความแปรไปแห่งชรามรณะก็ลึก เหตุนั้น ภวจักรนี้จึงชื่อว่าลึกโดยปฏิเวธแล

นี่เป็นความลึกโดยปฏิเวธในปฏิจจสมุปบาทธรรมนี้

โดยต่างนัย

[๖๖๐] ประการหนึ่ง เหตุใด ในปฏิจจสมุปบาทธรรมนี้ มีนัยแห่งอรรถอยู่ ๔ คือ เอกัตตนัย (นัยแห่งอรรถเป็นอันเดียว) นานัตตนัย (นัยแห่งอรรถต่าง ๆ กัน) อัพยาปารนัย (นัยแห่งอรรถว่าไม่มีความขวนขวาย) เอวังธัมมตานัย (นัยแห่งอรรถว่าเป็นธรรมดาอย่างนั้นเอง) เหตุนั้น ภวจักรนั้น บัณฑิตจึงควรทราบแม้โดยความต่างนัยอีกตามควร

เอกัตตนัย

ใน ๔ นัยนั้น ความไม่ขาดสายแห่งความสืบต่อดังนี้คือ สังขารมีเพราะปัจจัยคืออวิชชา วิญญาณมีเพราะปัจจัยคือสังขารเป็นต้น ดุจความที่พืชถึงความเป็นต้นไม้เพราะความมีขึ้น แห่งอวัยวะของต้นไม้มีหน่อเป็นต้น (สืบต่อกันมา) ฉะนั้น ชื่อว่าเอกัตตนัย ซึ่งเป็นนัยที่เมื่อพระโยคาวจรเห็นโดยถูกต้อง ย่อมละอุจเฉททิฏฐิได้ เพราะหยั่งรู้ความไม่ขาดสายแห่งความสืบต่ออันเป็นไปอยู่โดยความสัมพันธ์กันแห่งเหตุและผล เมื่อเห็นผิดไป ย่อมจะยึดมั่นสัสสตทิฏฐิ เพราะถือเอาความไม่ขาดสายแห่งความสืบต่ออันเป็นไปอยู่โดยความสัมพันธ์กันแห่งเหตุและผลว่า เป็นอันเดียวไปเสีย

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka