ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๔. ภาวนามี ๓ คือ บริกรรมภาวนา (ภาวนาที่เกิดด้วยการเจริญบ่อยๆ) อุปจารภาวนา (ภาวนาที่ใกล้จะแน่วแน่) และอัปปนาภาวนา (ภาวนาที่แน่วแน่)
๕. พึงทราบว่านิมิตมี ๓ คือ บริกรรมนิมิต (อารมณ์ของบริกรรมภาวนา) อุคคหนิมิต (อารมณ์ที่จดรับเอาได้ชัดเจน) และปฏิภาคนิมิต (อารมณ์ที่เหมือนวงกสิณเป็นต้น)
หมวดสมถกรรมฐานมี ๗ หมวดคืออะไร
๖. ปฐวีกสิณ (กสิณดิน) อาโปกสิณ (กสิณน้ำ) เตโชกสิณ (กสิณไฟ) วาโยกสิณ (กสิณลม) นีลกสิณ (กสิณสีเขียว) ปีตกสิณ (กสิณสีเหลือง) โลหิตกสิณ (กสิณสีแดง) โอทาตกสิณ (กสิณสีขาว) อากาสกสิณ (กสิณอากาศ) และอาโลกกสิณ (กสิณแสงสว่าง) เหล่านี้ชื่อว่า กสิณ ๑๐
๗. อุทธุมาตกะ (ศพที่พองอืด) วินีละ (ศพที่ขึ้นเขียว) วิปุพพกะ (ศพที่มีหนองไหลเยิ้ม) วิจฉิททกะ (ศพที่ขาดเป็นท่อน) วิกขายิตกะ (ศพที่ถูกสัตว์แทะกิน) วิกขิตตกะ (ศพเรียราด) หตวิขิตตกะ (ศพที่ถูกสับเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย) โลหิตกะ (ศพที่อาบไปด้วยเลือด) ปุฬุวกะ (ศพที่มีหนอนชอนไช) และอัฏฐิกะ (กองกระดูก) เหล่านี้ชื่อว่า อสุภะ ๑๐
๘. พุทธานุสสติ (การหมั่นระลึกถึงพระพุทธคุณ) ธัมมานุสสติ (การหมั่นระลึกถึงพระธรรมคุณ) สังฆานุสสติ (การหมั่นระลึกถึงพระสังฆคุณ) สีลานุสสติ (การหมั่นระลึก