Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 102 | >>

๑๔. อัปปมัญญา ๔ และกสิณ ๔ มีนีลกสิณเป็นต้น เป็นสัปปายะแก่บุคคลผู้มีโทสจริต

๑๕. อานาปานสติเป็นสัปปายะแก่บุคคลผู้มีโมหจริตและผู้มีวิตกจริต

๑๖. อนุสสติ ๖ มีพุทธานุสสติเป็นต้นเป็นสัปปายะแก่บุคคลผู้มีศรัทธาจริต

๑๗. มรณานุสสติ อุปสมานุสสติ [อาหารเรปฏิกูล]สัญญา และการกำหนดรู้ธาตุ ๔ เป็นสัปปายะแก่บุคคลผู้มีพุทธิจริต

๑๘. ส่วนกรรมฐานอื่นทั้งหมด [คืออุตุกสิณ ๔ อาโลกกสิณกับอากาสกสิณ ๒ อรูปฌาน ๔] เป็นสัปปายะแก่บุคคลผู้มีจริตทั้งปวง

แม้ในบรรดากรรมฐานดังกล่าวนั้น กสิณกรรมฐานวงใหญ่เป็นสัปปายะแก่บุคคลผู้มีโมหจริต แต่กสิณกรรมฐานวงเล็กเป็นสัปปายะแก่บุคคลผู้มีวิตกจริต

ทั้งหมดนี้เป็นการจำแนกสัปปายะในปริเฉทนี้

การจำแนกภาวนา

๑๙. ในบรรดาภาวนาทั้งหลาย บริกรรมภาวนาย่อมปรากฏในกรรมฐานทั้งหมด อุปจารภาวนาเท่านั้นย่อมปรากฏในกรรมฐาน ๑๐ คือ อนุสสติ ๘ มีพุทธานุสสติเป็นต้น และ[อาหารเรปฏิกูล]สัญญาและการกำหนดรู้ธาตุทั้ง ๔ แต่อัปปนาภาวนาไม่ปรากฏในกรรมฐาน ๑๐ นี้

๒๐. ส่วนในกรรมฐานอื่น ๓๐ ถ้วนเหล่านั้น แม้อัปปนาภาวนาย่อมปรากฏได้

๒๑. ในบรรดากรรมฐานเหล่านั้น กสิณ ๑๐ และอานาปานสติก่อให้เกิดฌานทั้ง ๕

๒๒. อสุภะ ๑๐ และกายคตาสติก่อให้เกิดเพียงปฐมฌาน

๒๓. อัปปมัญญา ๓ มีเมตตาเป็นต้นก่อให้เกิดฌานทั้ง ๔

๒๔. อุเบกขาก่อให้เกิดฌานที่ ๕

โดยประการดังนี้ กรรมฐาน ๒๖ ก่อให้เกิดรูปาวจรฌาน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka