ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
๗๐. ผู้เจริญอนาคามิมรรค ชื่อว่า พระอนาคามี คือผู้ไม่มาสู่โลกนี้อีก เพราะละกามราคะและพยาบาทได้อย่างสิ้นเชิง
๗๑. ผู้เจริญอรหัตตมรรค ชื่อว่า พระอรหันต์ เป็นผู้สิ้นกิเลส ผู้เป็นนักขีณพบุคคลผู้เลิศในโลก เพราะละกิเลสได้โดยไม่เหลือ
ทั้งหมดนี้เป็นการจำแนกบุคคลในปริเฉทนี้
๗๒. อนึ่ง ในการจำแนกบุคคลนี้ ผลสมาบัติย่อมทั่วไปแก่บุคคลผู้ตั้งอยู่ในผลทั้งหลาย ตามอำนาจของตนๆ [ของพระอริยบุคคลนั้นๆ]
๗๓. ส่วนการเข้า[นิโรธสมาบัติ] ย่อมมีได้แก่พระอนาคามีและพระอรหันต์
ในการเข้า[นิโรธสมาบัติ]นั้น ท่านเข้าฌาตุกผลสมาบัติมีปฐมฌานเป็นต้นตามลำดับ เมื่อออกแล้ว พิจารณาสังขารที่เป็นไปในสมาบัตินั้นในกาล[ออกจากฌาน]นั้นๆ ดำเนินไปจนถึงอากิญจัญญายตนฌาน ถัดจากนั้น จึงกระทำปุพพกิจการอภิฏฐานเป็นต้น แล้วเข้าเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ภายหลังจากอัปปนาชวนจิต ๒ ดวงของเนวสัญญานาสัญญายตนฌานนั้นเกิดขึ้นแล้ว กระแสจิตย่อมขาดลง ถัดจากนั้น จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงนิโรธสมาบัติ
๗๔. ส่วนในเวลาออก อนาคามีผลจิตของพระอนาคามี และอรหัตตผลจิตของพระอรหันต์ ย่อมดำเนินไปเพียงครั้งเดียว แล้วตกวังค์ ถัดจากนั้น ปัจจเวกขณญาณย่อมเกิดขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นการจำแนกสมาบัติในปริเฉทนี้