Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 118 | >>

แม้พระฎีกาจารย์ก็อธิบายอานิสงส์นั้นไว้ในคัมภีร์ต่าง ๆ มากมาย ส่วนท่านผู้รจนาอรรถกถาประมวลความได้มุ่งหวังการกำจัดอุปสรรค[ที่อาจเกิดขึ้น]เป็นพิเศษ อนึ่ง ท่านผู้รจนาควรกถาประมวลความ คือพระอรรถกถาจารย์มีพระพุทธโฆสาจารย์เป็นต้น ดังสากโก[ในคัมภีร์อัฏฐสาลินี]ว่า

นิปุจฺจการสุเสตสฺส กตสฺส รตนตฺตเย
อานุภาเวน โสตฺถวา อนฺตราย อเสสโต.

“ข้าพเจ้า[พระอรรถกถาจารย์] ได้กำจัดอุปสรรคทั้งปวงด้วยอานุภาพของการเคารพนบไหว้ที่กระทำแล้วในพระรัตนตรัยนี้”

[คัมภีร์อรรถกถาที่พระพุทธโฆสาจารย์และอาจารย์รูปอื่นแต่งไว้ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๐ เป็นต้นมานั้น หาใช่เขียนตามทัศนคติของท่านไม่ แต่ได้ปริวรรตมาจากคัมภีร์มหาอรรถกถาอันเป็นอรรถอธิบายดั้งเดิมโดยเปลี่ยนจากภาษาสิงหลมาเป็นภาษาบาลี สำหรับคัมภีร์มหาอรรถกถานั้นมีองค์ประกอบ ๒ ส่วน คือ

- ปกิณณกเทศนา เทศนาทั่วไปที่พระพุทธเจ้าตรัสอธิบายไว้ด้วยพระองค์เองเมื่อมีผู้ทูลถาม หรือเพื่อให้คนรุ่นหลังเข้าใจ

- สาวกภาษิต ถ้อยคำของพระสาวก คือพระสารีบุตร พระอานนท์ พระมหากัจจายนะ เป็นต้น ที่กล่าวอธิบายหรือประมวลพระพุทธพจน์ไว้ อาทิเช่น

ก) พระสารีบุตร กล่าวแนวทางในการสังคายนาไว้โดยย่อในสังคีติสูตร และทสุตตรสูตร

ข) พระอานนท์ แสดงอุเทศและวิงกฎิ์ของกัทเทกรัตตสูตรไว้ในเอกนิบาตกัทเทกรัตตสูตร

ค) พระมหากัจจายนะ อธิบายกัทเทกรัตตสูตรไว้ในมหากัจจายนกัทเทกรัตตสูตร

คัมภีร์มหาอรรถกถาที่จำริปกิณณกเทศนาและสาวกภาษิตนั้น ได้รับสังคายนาในปฐมสังคายนาและสังคายนาอื่น ๆ ต่อมาเมื่อพระมหินทเถระไปเผยแพร่พระศาสนาในลังกาทวีปหลังสังคายนาครั้งที่ ๓ ในราวพุทธศักราช ๓๐๐ ท่านได้นำพระไตรปิฎกและมหาอรรถกถาไปยังเกาะลังกา ภายหลังพระลังกาได้แปลพระไตรปิฎกและมหาอรรถกถาเป็นภาษาสิงหล เพื่อให้กุลบุตรชาวลังกาศึกษาโดยสะดวก ครั้นเวลาผ่านไปช้านาน คัมภีร์มหาอรรถกถาฉบับบาลีได้สูญสูญไปเพราะภัยสงคราม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka