Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 123 | >>

“ในข้อนั้น บุคคลใดคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคลนั้นในโลกนี้ ย่อมรู้แจ้งสัจธรรมเองในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อน บรรลุความเป็นผู้รู้ ธรรมทั้งปวงและความเชี่ยวชาญในทศพลญาณทั้งหลายด้วยความรู้แจ้งนั้น บุคคลนี้ชื่อว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า”

พระดำรัสว่า ตตฺถ ลงสัตตมีวิภัตติในอรรถเหตุ

พระดำรัสว่า พเลสุ แปลว่า ในทศพลญาณทั้งหลาย

พระดำรัสว่า วสีภาวํ (ความเชี่ยวชาญ) คือ ความเป็นใหญ่

พระดำรัสว่า ปุพฺเพ อนนุสฺสุตสุ ธมฺเมสุ สามํ (รู้แจ้งสัจธรรมเองในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อน) แสดงอรรถของคำว่า สํ (ด้วยพระองค์เอง)

ส่วนพระดำรัสเป็นต้นว่า ตตฺถ (บรรลุความเป็นผู้รู้ธรรมทั้งปวงและความเป็นใหญ่ในทศพลญาณด้วยความรู้แจ้งนั้น) แสดงอรรถของคำว่า สมฺมา (โดยชอบ)

อธิบาย อตุล ศัพท์

บัดนี้ พระอนุรุทธาจารย์ได้กล่าวคำว่า อตุลํ (ไม่มีใครเปรียบ) เพื่อให้การนบไหว้ของตนมีอานุภาพยิ่งขึ้น เพราะการกล่าวบทแสดงการนบไหว้หลายบท ย่อมมีผลให้เกิดอานุภาพมากขึ้น

ถามว่า : แม้การนบไหว้ที่มีบทแสดงคุณสมบัติบทหนึ่งเป็นวิสัย ก็กำจัดอุปสรรคได้ บทที่ ๒ [ว่า อตุลํ] มีประโยชน์อะไรเล่า

ตอบว่า : ถูกต้องแล้ว แต่อภิญญูชนย่อมไม่ติระหนี่ในการยกย่องคุณของพระศาสดา และพระอนุรุทธาจารย์ก็เป็นอภิญญูชนท่านหนึ่ง ส่วนท่านผู้ถามไม่ใช่อภิญญูชนจึงอาจท้วงติงด้วยความตระหนี่

คันถรจนาจารย์ไม่เพียงปรารถนาที่จะกำจัดอุปสรรคอย่างเดียวด้วยการนบไหว้ แต่ยังปรารถนาประโยชน์มีความฉลาดแห่งปัญญาเป็นต้นอีกด้วย เพื่อจะได้เป็นปัจจัยในการแต่งคัมภีร์ให้สำเร็จสมบูรณ์โดยราบรื่น โดยแท้จริงแล้ว การอบรมจิตในฐานะที่เป็น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka