ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
อนุสติกรรมฐาน ย่อมนำให้เกิดความตั้งมั่นแห่งจิต และเมื่อมีความตั้งมั่นแห่งจิต ปัญญาก็จะเฉียบแหลมแก่กล้า ดังพระพุทธวจนะว่า
สมาหิโต ภิกฺขเว ยถาภูตํ ปชานาติ.
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นย่อมรู้แจ้งเห็นประจักษ์ ตามความเป็นจริง”
ด้วยเหตุดังกล่าว บุคคลจึงควรกระทำการนบไหว้ของตนให้มีอานุภาพยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ดังที่กล่าวมา
(๕) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “แม้จะมีอรรถแห่งคำตามที่กล่าวไว้แล้ว พระเถระก็ยกย่องพระผู้มีพระภาคเป็นพิเศษด้วยคำว่า อตุลํ (ไม่มีใครเปรียบ) เพราะคำว่า สมฺมาสมฺพุทฺธ เป็นไปในพระผู้มีพระภาคโดยเนื่องกับพระนาม” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะคำว่า สมฺมาสมฺพุทฺธ ยิ่งใหญ่ในท่ามกลางบทแสดงคุณสมบัติของพระศาสดา ประดุจดวงเดือนท่ามกลางหมู่ดารา บทดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นเพียงแต่พระนามของพระศาสดาที่ปราศจากความหมายองค์รูปวิเคราะห์ (คำจำกัดความ) ในสำนักของผู้เข้าใจภาษามคธ แต่ในสำนักของผู้อื่น แม้จะกล่าวถึงหนึ่งพันบท ก็เป็นได้เพียงพระนามของพระศาสดาเท่านั้น
[คัมภีร์วิภาวินีเห็นว่า คำว่า สมฺมาสมฺพุทฺธ เป็นนามศัพท์ หรือคำแสดงพระนามของพระพุทธเจ้า แปลว่า “พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” แต่คัมภีร์นี้เห็นว่าเป็นกิริยาศัพท์ หรือคำแสดงกิริยา จึงมีความหมายตามศัพท์ว่า “พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง”]
คำว่า ตุละ คือ ผู้เปรียบได้กับคนอื่น
คำว่า อตุละ คือ ผู้เปรียบไม่ได้กับคนอื่น
อีกนัยหนึ่ง อตุละ คือ ผู้ไม่มีใครเปรียบ หมายถึง พระผู้มีพระภาค
[คำว่า อตุลุ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- ผู้เปรียบไม่ได้กับคนอื่น = น ตุโล อตุโล (นञฺตัปปุริสบท กรรมธารยสมาส)
- ผู้ไม่มีใครเปรียบ = นตฺถิ ตุโล เอตสฺสาติ อตุโล (ฉัฏฐีตัพพพหิสมาส)]