Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 124 | >>

อนุสติกรรมฐาน ย่อมนำให้เกิดความตั้งมั่นแห่งจิต และเมื่อมีความตั้งมั่นแห่งจิต ปัญญาก็จะเฉียบแหลมแก่กล้า ดังพระพุทธวจนะว่า

สมาหิโต ภิกฺขเว ยถาภูตํ ปชานาติ.

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นย่อมรู้แจ้งเห็นประจักษ์ ตามความเป็นจริง”

ด้วยเหตุดังกล่าว บุคคลจึงควรกระทำการนบไหว้ของตนให้มีอานุภาพยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ดังที่กล่าวมา

(๕) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “แม้จะมีอรรถแห่งคำตามที่กล่าวไว้แล้ว พระเถระก็ยกย่องพระผู้มีพระภาคเป็นพิเศษด้วยคำว่า อตุลํ (ไม่มีใครเปรียบ) เพราะคำว่า สมฺมาสมฺพุทฺธ เป็นไปในพระผู้มีพระภาคโดยเนื่องกับพระนาม” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะคำว่า สมฺมาสมฺพุทฺธ ยิ่งใหญ่ในท่ามกลางบทแสดงคุณสมบัติของพระศาสดา ประดุจดวงเดือนท่ามกลางหมู่ดารา บทดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นเพียงแต่พระนามของพระศาสดาที่ปราศจากความหมายองค์รูปวิเคราะห์ (คำจำกัดความ) ในสำนักของผู้เข้าใจภาษามคธ แต่ในสำนักของผู้อื่น แม้จะกล่าวถึงหนึ่งพันบท ก็เป็นได้เพียงพระนามของพระศาสดาเท่านั้น

[คัมภีร์วิภาวินีเห็นว่า คำว่า สมฺมาสมฺพุทฺธ เป็นนามศัพท์ หรือคำแสดงพระนามของพระพุทธเจ้า แปลว่า “พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” แต่คัมภีร์นี้เห็นว่าเป็นกิริยาศัพท์ หรือคำแสดงกิริยา จึงมีความหมายตามศัพท์ว่า “พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง”]

คำว่า ตุละ คือ ผู้เปรียบได้กับคนอื่น

คำว่า อตุละ คือ ผู้เปรียบไม่ได้กับคนอื่น

อีกนัยหนึ่ง อตุละ คือ ผู้ไม่มีใครเปรียบ หมายถึง พระผู้มีพระภาค

[คำว่า อตุลุ มีความหมาย ๒ ประการ คือ

- ผู้เปรียบไม่ได้กับคนอื่น = น ตุโล อตุโล (นञฺตัปปุริสบท กรรมธารยสมาส)

- ผู้ไม่มีใครเปรียบ = นตฺถิ ตุโล เอตสฺสาติ อตุโล (ฉัฏฐีตัพพพหิสมาส)]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka