ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
หวั่นไหวแห่งโลกธาตุหมื่นหนึ่งเป็นต้นอันเกิดขึ้นในขณะนั้น โดยแท้จริงแล้ว แม้ผู้สั่งสมปัจเจกโพธิญาณแสนกัปก็ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์พิเศษไม่ได้ จึงควรเว้นการกล่าวถึงผู้สั่งสมสาวกโพธิญาณแสนกัป ในคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า
ตถา ปวตฺติปารมีวิจยญาณํ อตุตฺโต วิสย สพฺพญฺญุตญาณคติกํ.
“ปัญญาที่ใคร่ครวญบารมีอันเป็นไปในกาลนั้น มีสภาพคล้ายพระสัพพัญญูญาณในวิสัยของตน”
ความจริงผู้สั่งสมสาวกโพธิญาณ เมื่อรู้คุณธรรมบารมีอันควรแก่โพธิญาณของตนได้แต่กาลใด ก็จะมีภาวะไม่หวั่นไหวตั้งแต่นั้น ส่วนพื้นความเป็นมหาปุถุชนผู้คล้อยตามวัฏฏุจะยังลงสู่ภูมิของผู้สั่งสมโพธิญาณ เป็นผู้เที่ยง[ในการบรรลุมรรค] และมีการตรัสรู้ในอนาคตโดยปริยาย เมื่อได้ปรากฏเฉพาะหน้าต่อพระพุทธเจ้าในกาลนั้น ก็จะได้รับคำพยากรณ์แน่นอน จึงควรเว้นการกล่าวถึงผู้สั่งสมสัมมาสัมโพธิญาณและปัจเจกโพธิญาณ
(๖) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “อตุล ศัพท์ย่อมสำเร็จโดยเนื่องกับ ย ปัจจัย หรือ อ ปัจจัยในอรรถสัมมิตะ (ซึ่ง)” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะ ตุล ศัพท์พึงเป็นบทที่สำเร็จมาจากธาตุและเป็นกรรมสาธนะโดยแท้ ดังสากโกในคัมภีร์ฎีกาว่า
“คำว่า อตุละ คือ ผู้เปรียบกับคนอื่นไม่ได้ หมายถึง ผู้ไม่มีใครเปรียบ”
ข้อความนั้นแสดงว่า ตุล ศัพท์เป็นกรรมสาธนะ หากเป็นตามนี้ การดำริ ย ปัจจัย หรือ อ ปัจจัยในอรรถสัมมิตะ (ซึ่ง) ท้าย ตุล ศัพท์ ย่อมหาประโยชน์มิได้ เพราะเนื้อความนั้นสำเร็จด้วยกรรมสาธนะ
ถามว่า : การกล่าวเช่นนั้นเป็นไปโดยคํารำ่า “การประกอบศัพท์ย่อมคล้อยตามความประสงค์ของผู้กล่าว” ได้หรือไม่
ตอบว่า : ไม่พึงกล่าวเช่นนั้นเพราะการไม่ถือเอาความเหมาะสมตามที่ได้สดับแล้วดำริข้อที่ไม่เคยสดับมาก่อน ย่อมจะไม่ชอบด้วยเหตุผล