ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ถามว่า : ทรงไว้อย่างไร
ตอบว่า : ทรงไว้ไม่ให้ตกสู่อบายภูมิ ๔ และทุกข์ในวัฏฏะ
ถามว่า : อะไรคืออาการทรงไว้
ตอบว่า : การกำจัดกิเลสที่ทำให้เหล่าสัตว์ตกสู่อบายหรือทุกข์ในวัฏฏะได้โดยบางส่วนหรือทั้งหมด คืออาการทรงไว้
ในอรรถดังกล่าว อริยมรรค ๔ และนิพพาน ชื่อว่า ธรรม โดยตรง เพราะอริยมรรคที่กำจัดกิเลสโดยสิ้นเชิงได้เกิดร่วมกับนิพพาน[ไม่แยกกันกำจัดกิเลส] ธรรม ๕ อย่างนั้นจึงชื่อว่า ธรรม
ส่วนปริยัติธรรมเป็นเหตุแห่งการทรงไว้ ทั้งสามัญญูผล ๔ ก็เป็นผลแห่งการทรงไว้และเป็นไปโดยคล้อยตามการทรงไว้ เพราะเกิดขึ้นด้วยการยังกิเลสให้สงบอีกคราวหนึ่ง ธรรมทั้ง ๔ อย่างนั้นจึงชื่อว่า ธรรม โดยปริยาย
อีกนัยหนึ่ง ธรรม คือ สภาวะอันบุคคลพึงทรงไว้ กล่าวคือ ควรแก่การทรงไว้ ในข้อนี้ สภาวะที่ป้องกันผู้ตั้งอยู่ในธรรมและทำให้ดำรงอยู่ในบรมสุข ชื่อว่า ธรรม เพราะควรแก่การทรงไว้
ถามว่า : ธรรมนั้นคืออะไร
ตอบว่า : คือธรรมที่กล่าวไว้แล้ว [มรรค ผล นิพพาน และปริยัติธรรม] ธรรมบางอย่างนั้น บุคคลพึงทรงไว้ด้วยการอบรมจิต บางอย่างทรงไว้ด้วยการกระทำให้แจ้ง บางอย่างทรงไว้ด้วยการอยู่เป็นสุขในอัตภาพปัจจุบัน บางอย่างทรงไว้ด้วยการศึกษาทรงจำ ธรรมเหล่านั้นที่บุคคลทรงไว้เช่นนี้ ย่อมปลดผู้ตั้งอยู่ในธรรมให้ออกจากทุกข์ในอบายและทุกข์ในวัฏฏะตามสมควร ทั้งให้ดำรงอยู่ในผลสุขและนิพพานสุขอันเลิศ
อีกนัยหนึ่ง ธรรม คือ สภาวะนำให้สัตบุรุษไม่ตกไปสู่อบายและทุกข์ในวัฏฏะ
อีกนัยหนึ่ง ธรรม คือ สภาวะเป็นที่อิงอยู่ของชนผู้มีธรรมได้อาศัยเป็นที่พึ่งที่ทำนำ อรรถ[ทั้งสอง]นี้ย่อมสมควรอีกด้วย