ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
“ดูกรอานนท์ ตถาคตได้แสดงธรรมและวินัยไว้แล้ว ธรรมและวินัยนั้นจะเป็นศาสดาของพวกเธอเมื่อตถาคตล่วงไป”
ปริยัติธรรมจัดว่าเป็นธรรมสรณะ ส่วนผู้ทรงปริยัติธรรมตั้งอยู่ในการปฏิบัติที่ดีก็มีไม่น้อยครั้งมี ผู้ไม่ตั้งอยู่ในการปฏิบัติย่อมไม่เป็นที่พึ่งของตน แล้วเขาจะเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้อย่างไร เขาย่อมถูกพระศาสดาตำหนิในพระสูตรหลายพันสูตร จึงไม่จัดเข้าในสงฆ์สรณะ บุคคลอื่น[คือกัลยาณปุถุชน]จัดเข้าได้ ข้อความนี้ย่อมชอบด้วยเหตุผล
สัทธรรม คือ ธรรมของผู้สงบ กล่าวคือ ธรรมของผู้ระงับกิเลสได้ จึงหมายถึง ธรรมของผู้ควรยกย่อง ธรรมของผู้ควรบูชา ธรรมของสัตบุรุษ และธรรมของบัณฑิต
อนึ่ง ธรรมของผู้สงบก็เป็นธรรมอันสงบ จึงชื่อว่า สัทธรรม หมายถึง ธรรมที่ควรยกย่องบูชา
อีกนัยหนึ่ง สัทธรรม คือ ธรรมที่มีจริง หมายความว่า ธรรมนี้ไม่หลอกลวงผู้ทรงธรรมไว้เช่นธรรมของเดียรถีย์อื่น ความจริงธรรมของเดียรถีย์ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ทรงไว้โดยสำคัญว่า ธรรมนั้นมีประโยชน์แก่ตน แต่พระสัทธรรมมีประโยชน์แก่ผู้ทรงไว้โดยแท้
[คำว่า สทฺธมฺม มีความหมาย ๓ ประการ คือ
- ธรรมของผู้สงบ = สนฺตานํ ธมฺโม สทฺธมฺโม (ฉัฏฐีตัปปุริสสมาส แปลง สนฺต เป็น ส)
- ธรรมอันสงบ = สนฺโต ธมฺโม สทฺธมฺโม (วิเสสนบุรพบท กรรมธารยสมาส แปลง สนฺต เป็น ส)
- ธรรมที่มีจริง = สชฺโจ ธมฺโม สทฺธมฺโม (วิเสสนบุรพบท กรรมธารยสมาส แปลง สจฺจ เป็น ส)]
ในคำว่า คุณุตฺตม คำว่า คณะ คือ กลุ่มสหธรรมิกผู้มีความเห็นและศีลเสมอกันในโลก