ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
แล้วกล่าวไว้เฉพาะ เพื่อกำหนดนาบุญอันประเสริฐในฐานะที่เข้าถึงสรณะ นบไหว้ เคารพ บูชา สักการะ และระลึกถึงเป็นนิตย์ จริงอยู่ สงฆ์ปุถุชนแม้เป็นนาบุญก็หาใช่นาบุญอันประเสริฐไม่
[สมมุติสงฆ์ คือ สงฆ์โดยสมมุติ หมายถึง พระภิกษุผู้ได้รับการอุปสมบทตามวินัยกรรม ซึ่งอาจจะเป็นปุถุชนหรือพระอริยบุคคลก็ได้ ส่วนทักขิไณยสงฆ์ คือ สงฆ์ผู้ควรรับทักษิณา หมายถึง พระภิกษุผู้เป็นพระอริยบุคคลเท่านั้น]
ถามว่า : เหตุใดสงฆ์ปุถุชนจึงไม่ใช่นาบุญอันประเสริฐ
ตอบว่า : เพราะมีอนุสัยกิเลสคือสักกายทิฏฐิและวิจิกิจฉาซึ่งเปรียบเสมือนหญ้าในนาข้าวสาลีที่ทำให้นาเสียหาย
การที่ปุถุชนเป็นนาบุญ พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในคำว่า สทฺธมฺม
[กิเลสเหมือนหญ้าทำลายนาบุญของผู้ถวายทาน ดังพระพุทธวจนะในคัมภีร์ธรรมบทว่า]
ติณโทสานิ เขตฺตานิ ราคโทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วีตราเคสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ.ติณโทสานิ เขตฺตานิ โทสโทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วีตโทเสสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ.ติณโทสานิ เขตฺตานิ โมหโทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วีตโมเหสุ ทินฺนํ โหติ มหปฺผลํ.“นามีหญ้าเป็นโทษ มหาชนนี้มีราคะเป็นโทษ ทานที่บุคคลถวายในท่านผู้ปราศจากราคะแล้วจึงมีผลมาก”
“นามีหญ้าเป็นโทษ มหาชนนี้มีโทสะเป็นโทษ ทานที่บุคคลถวายในท่านผู้ปราศจากโทสะแล้วจึงมีผลมาก”
“นามีหญ้าเป็นโทษ มหาชนนี้มีโมหะเป็นโทษ ทานที่บุคคลถวายในท่านผู้ปราศจากโมหะแล้วจึงมีผลมาก”]