Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 143 | >>

อภิธัมมัตถสังคหะดังนี้ว่า

อิฉเจว สพฺพถาปิ ทฺวาสากุสลจิตฺตานิ สมุตฺตานิ.

“จบอกุศลจิต ๑๒ ดวงโดยประการทั้งปวงอย่างนี้”

อิฉเจว สพฺพถาปิ อฏฺฐารสาเหตุกจิตฺตานิ สมุตฺตานิ.

“จบอเหตุกจิต ๑๘ ดวงโดยประการทั้งปวงอย่างนี้”

อธิบาย ปรมตฺถ ศัพท์

คำว่า ปรมตฺโถ คือ โดยปรมัตถสัจจะ

กล่าวโดยพิสดารว่า สัจจะมี ๒ คือ สมมุติสัจจะ (ความจริงโดยสมมุติ) และปรมัตถสัจจะ (ความจริงโดยปรมัตถ์)

เนื้อความที่เป็นบัญญัติคือสัตว์ บุคคล อัตตา ชีวะ เป็นต้น ไม่มีจริงโดยสภาวะเลย แต่ปรากฏเหมือนมีจริง มีมากมายในจิตของมหาชนผู้ปราศจากปัญญารู้เห็นธรรม พวกเขายอมรับโดยพร้อมเพรียงกันว่าเนื้อความนั้นมีอยู่จริง ย่อมเรียกขานโดยอาการนั้น ๆ เนื้อความนั้นจึงเรียกว่า สมมุติสัจจะ เพราะมหาชนพร้อมเพรียงกันสมมุติขึ้น และเป็นที่ตั้งแห่งวจีสัจจะ (ความจริงทางวาจา) พร้อมทั้งวิธีสัจจะ (ความจริงด้วยการงดเว้น) ด้วยการสมมุตินั้น

บุคคลผู้ดำรงอยู่ในสมมุติสัจจะแล้วปฏิบัติชอบ ย่อมให้สำเร็จโลกียสมบัติทุกอย่าง และธรรมอันเป็นอุปการะต่อโพธิญาณทั้งหมด ส่วนผู้ปฏิบัติผิดย่อมจะตกอบาย สมมุติสัจจะเป็นสภาวะใหญ่หลวงอย่างนี้ แต่เมื่อกล่าวโดยปรมัตถสัจจะ สมมุติสัจจะหาใช่สัจจะไม่ เพราะไม่มีจริง แต่ทำให้มหาชนเชื่อว่ามีจริง เป็นที่ตั้งแห่งสักกายทิฏฐิ ทิฏฐิ ๖๒ และมิจฉาทิฏฐิ ๓ ทั้งหมดนี้ทำให้คนพาลไม่สามารถออกจากทุกข์ในวัฏฏะ สมมุติสัจจะไม่มีจริงเช่นนี้ และมีโทษมากอย่างนี้

ปรมัตถสัจจะ มี ๒ ประการ คือ สภาวสัจจะ (ความจริงโดยสภาวะ) และอริยสัจจะ (ความจริงไม่เปลี่ยนแปลง)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka