ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ปริกัปปสิทธะ คือ เนื้อความมีสัตว์และบุคคลเป็นต้นที่ไม่มีอยู่จริงตามลักษณะของตน แต่ถูกชาวโลกดำริโดยอาศัยอาการเป็นไปต่าง ๆ ของเนื้อความที่มีจริง ถือเอามากระทำให้มีตัวตน โดยจิตสร้างขึ้นให้ปรากฏในจิตเท่านั้น
บรรดาเนื้อความเหล่านั้น ปรมัตถ์ [ปรมตฺถ = ปรม + อตฺถ] คือ เนื้อความที่ปรากฏด้วยสภาพที่มีจริง (สภาวสิทธะ) สภาวสิทธะชื่อว่า อัตถะ เพราะเป็นเหตุให้เกิดแห่งความเข้าใจ[ความหมาย]และชื่อ[ว่าอัตถะ] พร้อมทั้งชื่อว่า ปรมัตถ์ เพราะเป็นเนื้อความอันยิ่ง คือถึงความพิเศษยิ่งกว่าเนื้อความอื่น [บัญญัติ] เพราะมีอยู่จริง
อีกนัยหนึ่ง ปรมัตถ์ คือ เนื้อความอันประเสริฐ เพราะเป็นสภาวะที่จริงแท้ไม่ลวงบุคคลในการยังความสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ที่เชื่อถือว่าเนื้อความนี้มีอยู่ ปรากฏอยู่ แล้วปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมที่พึงรู้ยิ่ง [อริยสัจ ๔] กำหนดรู้ธรรมที่พึงกำหนดรู้ [ทุกขสัจ] ละธรรมที่พึงละ [สมุทยสัจ] กระทำให้แจ้งธรรมที่พึงกระทำให้แจ้ง [นิโรธสัจ] และเจริญธรรมที่พึงเจริญ [มรรคสัจ]
ส่วนเนื้อความอื่น [ปริกัปปสิทธะ] ย่อมทำให้ผู้ปฏิบัติสำคัญผิดว่าเป็นสัตว์ บุคคล เพราะไม่มีอยู่จริง และแสดงเนื้อความอันประเสริฐไม่ได้ ปริกัปปสิทธะจึงไม่ควรได้ชื่อว่า ปรมัตถ์
[คำว่า ปรมตฺถ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- เนื้อความอันยิ่ง คือ เหนือยิ่งกว่าบัญญัติ เพราะมีจริง = ปรโม อตฺโถ ปรมตฺโถ (ปรม ศัพท์มีอรรถว่า ยิ่ง)
- เนื้อความอันประเสริฐ คือ ไม่หลอกลวงผู้ปฏิบัติให้เข้าใจผิดว่ามีจริง = ปรโม อตฺโถ ปรมตฺโถ (ปรม ศัพท์มีอรรถว่า ประเสริฐ)]
(๑๔) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “อีกนัยหนึ่ง ปรมัตถ์ คือ อารมณ์ของญาณอันสูงสุด” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะคำว่า ปรม ที่เป็นไปในญาณ และคำว่า อตฺถ ที่เป็นไปในอารมณ์ ไม่ปรากฏ[ในที่ใด ๆ]