Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 147 | >>

ในคัมภีร์อนุฎีกากล่าวว่า

สจฺจเมว สจฺจิกํ. โส เอว อตฺโถ อวิปรีตสฺส ฌาณสฺส วิสยภาวภูตนาติ สจฺจิกฏฺโฐ.

“คำว่า สัจจกะ คือ ความจริง ความจริงนั้นเป็นเนื้อความ เพราะเป็นอารมณ์ของญาณอันไม่แปรปรวน เหตุนั้นจึงชื่อว่า สัจจิกัฏฐะ (เนื้อความที่มีจริง)”

ข้อความนั้นแสดงความหมายว่า “ชื่อว่า อัตถะ เพราะเป็นเนื้อความที่พึงเข้าถึงด้วยญาณอันไม่แปรปรวน” ไม่ใช่แสดงอรรถของ ปรม ศัพท์

[คัมภีร์วิภาวินีแสดงอรรถของ ปรมตฺถ ศัพท์อีกนัยหนึ่งว่า “อารมณ์ของญาณอันสูงสุด” โดยถือว่า คำว่า ปรม หมายถึงญาณอันสูงสุด ส่วน อตฺถ แปลว่า อารมณ์ ความเห็นเช่นนี้คงจะกล่าวตามคัมภีร์อนุฎีกาที่ว่า “เพราะเป็นอารมณ์ของญาณอันไม่แปรปรวน” แต่คัมภีร์ปรมัตถทีปนีถือว่าข้อความในคัมภีร์อนุฎีกาแสดงความหมายของ อตฺถ ว่าคือเนื้อความที่พึงเข้าถึงด้วยญาณอันไม่แปรปรวน ไม่ใช่แสดงอรรถของ ปรม ศัพท์ดังที่คัมภีร์วิภาวินีกล่าวไว้]

อธิบายจิต

ในคำว่า จิตฺตํ นี้ จิต คือ สภาวะดำริ[อารมณ์]

ในเรื่องนี้ กิริยาดำริเป็นอาการมองหาอารมณ์เสมอ เพราะความดำริย่อมเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีอารมณ์ ความดำริในที่นี้จึงหมายถึงการรับเอาอารมณ์ กล่าวคือ การได้รับอารมณ์ ดังนั้น ข้าพเจ้า[พระฎีกาจารย์]จึงปฏิเสธมติของผู้ที่มีความเห็นว่า “จิตเป็นไปได้โดยไม่มีอารมณ์ในเวลาเกิดภวังคจิตและเมื่อหมดสติ”

แม้ปัจจัยคือนิสสยปัจจัย (ปัจจัยเป็นที่อาศัย) และสมนันตรปัจจัย (ปัจจัยที่ทำให้เกิดธรรมต่อเนื่องไปด้วยดี) เป็นต้นของจิตมีอยู่ แต่จิตไม่ได้รับชื่อจากปัจจัยดังกล่าว แต่ปรากฏชื่อโดยเนื่องกับอารัมมณปัจจัย (ปัจจัยที่เป็นอารมณ์) เท่านั้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka