ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ความเป็นไปเนื่องกับจิต คือความเป็นไปของกลุ่มธรรมที่คล้ายเป็นอันเดียวกับจิตด้วยลักษณะมีการเกิดขณะเดียวกับจิตเป็นต้น
ข้อความนี้แสดงว่า เจตสิก คือ สภาวธรรมมีผัสสะเป็นต้นที่เนื่องกับจิต โดยมีการเกิดขณะเดียวกันเป็นต้น เหมือนดังดอกไม้ที่เนื่องอยู่ในขั้วเดียวกันในช่อดอกไม้ช่อหนึ่ง ความเกิดแห่งจิตใดมีอยู่ ความเกิดนั้นเป็นความเกิดแห่งผัสสะเป็นต้น ความแก่แห่งจิตใดมีอยู่...ความดับแห่งจิตใดมีอยู่...อารมณ์แห่งจิตใดมีอยู่...ที่ตั้งแห่งจิตใดมีอยู่ ที่ตั้งนั้นเป็นที่ตั้งแห่งผัสสะเป็นต้น
ถามว่า : แม้จิตก็เป็นไปเนื่องด้วยผัสสะเป็นต้นเหมือนกัน จึงควรเรียกจิตด้วยชื่อว่า ผัสสิกะ (สภาวะเกิดในผัสสะ) เวทนิกะ (สภาวะเกิดในเวทนา) เป็นต้น มิใช่หรือ
ตอบว่า : ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น เพราะจิตเป็นใหญ่ ดังพระพุทธวจนะว่า
มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา
มโนเสฏฺฐา มโนมยา.๓๒“สภาพธรรม[คือเจตสิก] มีใจเป็นผู้นำ มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จด้วยใจ”
พระบาลีนั้นแสดงความหมายว่า ผัสสะเป็นต้นย่อมจะเกิดขึ้นไม่ได้โดยไม่มีจิต แต่จิตเป็นไปได้แม้จะไม่มีเจตสิกบางอย่าง ความจริงปัญจวิญญาณจิตย่อมเกิดขึ้นโดยไม่มีวิตกเป็นต้นบางอย่างได้ จึงควรกล่าวว่าเจตสิกเนื่องกับจิต แต่ไม่ควรกล่าวว่าจิตเนื่องกับเจตสิก
ในพระบาลีนี้ พระดำรัสว่า “สำเร็จด้วยใจ” หมายความว่า ถูกจิตกระทำให้สำเร็จ กล่าวคือ เป็นอาการทางจิต
(๑๕) ในคัมภีร์วิภาวินีแสดงว่าเจตสิกเหล่านั้นเนื่องกับจิตและกล่าวความเป็นเจตสิกโดยความมีอารมณ์อย่างเดียวกับจิต ข้อความนั้นไม่งาม เพราะมิใช่เป็นเจตสิกด้วยเหตุที่มีอารมณ์อย่างเดียวกับจิตเท่านั้น