ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[คัมภีร์ปรมัตถทีปนีเห็นว่าเจตสิกเนื่องกับจิตด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ เกิดขณะเดียวกับจิต ดับขณะเดียวกับจิต มีอารมณ์อย่างเดียวกับจิต และมีที่ตั้งเดียวกับจิต ไม่ใช่เนื่องกับจิตโดยความมีอารมณ์อย่างเดียวกับจิตเท่านั้น]
มหาชนในโลกผสมสีต่าง ๆ ในน้ำแล้ว วาดภาพจิตรกรรมหลากหลายไว้บนภาพ ในเรื่องนั้น หน้าที่ของน้ำคือกระจายไปในภาพวาดและยึดติด ไม่ใช่หน้าที่ของสี หน้าที่ของสีคือแสดงรูปต่าง ๆ ไม่ใช่หน้าที่ของน้ำ ในการอุปมาดังกล่าว อารมณ์เหมือนภาพวาด จิตเหมือนน้ำ เจตสิกธรรมเหมือนสีต่าง ๆ
ในคำว่า รูปํ นี้ รูป คือ สภาวะแปรปรวน หมายความว่า ถึงความแปรปรวนโดยเป็นไปไม่สม่ำเสมอเพราะปัจจัยตรงกันข้ามมีความเย็นและความร้อนเป็นต้น
อีกนัยหนึ่ง รูป คือ สภาวะถูกทำให้แปรปรวน หมายความว่า ย่อมถูกปัจจัยตรงกันข้ามมีความเย็นและความร้อนเป็นต้นให้ถึงความแปรปรวน
[คำว่า รูป มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- สภาวะแปรปรวน = รุปฺปติ วิการํ อาปชฺชตีติ รูปํ (รูป ธาตุ = แปรปรวน + อ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ)
- สภาวะถูกทำให้แปรปรวน = รุปฺปติ วิการํ อาปาทิยตีติ รูปํ (รูป ธาตุ + เณ การิตปัจจัย + อ ปัจจัยในเหตุกัมมสาธนะ)]
สมจริงดังพระพุทธวจนะว่า
รุปฺปตีติ โข ภิกฺขเว ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจติ. เกน รุปฺปติ. สีเตนปิ รุปฺปติ. อุณฺเหนปิ รุปฺปติ. ชิฆจฺฉายปิ รุปฺปติ. ปิปาสายปิ รุปฺปติ. ฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺเสนปิ รุปฺปติ.๓๓
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรียกว่ารูป เพราะเป็นสภาวะแปรปรวน แปรปรวนเพราะอะไร แปรปรวนเพราะเย็นบ้าง เพราะร้อนบ้าง เพราะหิวบ้าง เพราะกระหายบ้าง เพราะสัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานบ้าง”