ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ความแปรปรวน คือ ความกำเริบ หรือความพินาศของธาตุที่มีในรูปกลาปอื่น เปรียบเหมือนความระส่ำระสายของประเทศเพราะการรุกรานของกองทัพปัจจามิตร สมจริงดังสาถกว่า
กุปฺปติ วิฆุฏฺฏติ.๑๖
“ย่อมกำเริบ พินาศไป”
ในพากย์นี้ คำว่า “ย่อมกำเริบ” หมายความว่า ย่อมหวั่นไหว
คำว่า “พินาศไป” หมายความว่า ถึงความแปรปรวน
รูปเหล่านั้นย่อมเข้าถึงความแปรปรวนบ้าง นับตั้งแต่เวลาได้ประจวบกับปัจจัยตรงกันข้าม หมายความว่า บรรลุความเป็นปัจจัยเพื่อให้เกิดกระแสรูปทรามและรูปเกินประมาณ [เช่น เมื่อธาตุไฟน้อยจะรู้สึกเย็น หรือเมื่อธาตุไฟมากจะรู้สึกร้อนเหมือนในเวลาเป็นไข้]
อีกนัยหนึ่ง ความแปรปรวนแท้ที่มี ๒ อย่าง คือ ความเจริญ และความเสื่อม ทั้งสองอย่างนั้นปรากฏในเวลากับพินาศ กับตั้งใหม่ และเวลาเปลี่ยนแปลงแห่งอายุกับ ปี ฤดูกาล เดือน กลางคืน และกลางวันเป็นต้น
ถามว่า : เหตุใดชื่อว่ารูปจึงปรากฏแก่ธรรมที่แปรปรวนด้วยการกระทบ
ตอบว่า : เพราะธรรมเหล่านั้นมีรูปร่าง หมายความว่า รูปธรรมทั้งหลายมีรูปร่าง เพราะเข้าถึงความเป็นสมุหบัญญัติ (บัญญัติอาศัยกลุ่มก้อน) และสัณฐานบัญญัติ (บัญญัติอาศัยสัณฐาน) เป็นต้น ความแปรปรวนของธรรมเหล่านั้นประจักษ์แก่ชาวโลก ด้วยเหตุนี้ชื่อว่ารูปจึงปรากฏในธรรมเหล่านั้น ส่วนนามธรรมเป็นสภาพไม่มีรูปร่าง ความแปรปรวนของนามธรรมไม่ประจักษ์แก่ชาวโลก เมื่อชาวโลกเห็น ได้ยิน หรือถามความเปลี่ยนแปลงของรูปธรรมนั้น ๆ แล้ว ย่อมรับรู้ความแปรปรวนของนามธรรมได้ยกเว้นผู้รู้จิตของคนอื่น [ที่รู้เห็นความเปลี่ยนแปลงของนามธรรมได้] ด้วยเหตุนี้ นามธรรมจึงไม่ชื่อว่ารูป