Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 158 | >>

(๑๖) ในคัมภีร์วิภาวินีได้ปฏิเสธความสงสัยในเรื่องที่นามธรรมถึงความเป็นรูป โดยเนื่องกับคำว่า สีต (ความเย็น) เป็นต้น [หมายความว่านามธรรมไม่ถูกความเย็นเป็นต้นกระทบ จึงไม่ชื่อว่ารูป] แต่ถ้อยคำย่อมไม่ปรากฏหากไม่มีการนิยมพูดของชาวโลก และการนิยมพูดของชาวโลกย่อมเป็นไปตามเหตุอันประจักษ์ การปฏิเสธความสงสัยจึงมิได้ตามชาวโลกในเรื่องนี้แม้จะไม่มีคำว่า สีต เป็นต้น

แม้พรหมทั้งหลายในพรหมโลกก็ปรากฏความเปลี่ยนแปลงทางกาย ความเปลี่ยนแปลงทางวาจา และความเปลี่ยนแปลงของรูปต่าง ๆ อันเป็นไปด้วยการสำแดงฤทธิ์ การที่รูปในพรหมโลกปรากฏโดยความเป็นรูปจึงมิได้ด้วยความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

อีกนัยหนึ่ง รูป คือ สภาวะปรากฏโดยสภาพของตน หมายความว่า นามธรรมไม่ปรากฏโดยสภาพของตน ถูกรับรู้โดยอาศัยรูปเท่านั้น แต่รูปธรรมนี้ปรากฏโดยสภาพของตน แม้ปัญจวิญญาณก็รับรู้ได้ เมื่อความหมายนี้มีอยู่ รูปในพรหมโลกก็ชื่อว่ารูปโดยตรงดังนี้แล

[ตามนัยนี้ คำว่า รูป สำเร็จรูปมาจาก รูป ธาตุ = แสดง + อ ปัจจัยในกัตตุสาธนะ มีรูปวิเคราะห์ว่า รูปยติ อตฺตโน สภาเวน ปากฏีติ รูปํ]

(๑๗) ในคัมภีร์วิภาวินีแสดงความปรากฏโดยความเป็นรูปในพรหมโลกด้วยความเย็นเป็นต้นที่ท่านอุปถัมภ์ และด้วยประเภทแห่งการไม่ล่วงสภาพ[อันแปรปรวน] แต่พระดำรัสเป็นต้นว่า “เพราะเย็นบ้าง เพราะร้อนบ้าง” เป็นเพียงตัวอย่าง[เป็นเครื่องสังเกตแทนสิ่งอื่นทั้งหมด] เพราะมีความแปรปรวนด้วยประเภทของกรรม จิต และอาหารบ้าง โดยแท้จริงแล้ว สัญญาแสดงไว้ในพระบาลีด้วยรูปารมณ์ และวิญญาณก็แสดงไว้ด้วยสัททารมณ์ แต่สัญญามิได้หมายรู้รูปารมณ์อย่างเดียว ทั้งวิญญาณก็มิได้รู้สัททารมณ์อย่างเดียว พระดำรัสนั้นจึงเป็นการแสดงพอเป็นตัวอย่าง การแสดงความปรากฏโดยความเป็นรูปในพรหมโลกโดยไม่ละคำว่า สีต (ความเย็น) เป็นต้น จึงหาประโยชน์มิได้

[ในพระบาลีตรัสสัญญาที่หมายรู้รูปารมณ์ และวิญญาณที่รับรู้รสารมณ์ มีข้อความว่า “กิญฺจ ภิกฺขเว สญฺญา วเทถ. สญฺชานาตีติ โข ภิกฺขเว ตสฺมา ‘สญฺญา’ติ วุจฺจติ. กิญฺจ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka