ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
คำว่า “ในสภาวะนี้” ลงสัตตมีวิภัตติในอรรถวิสยาธาระ (ที่ตั้งของกิริยา) เหมือนอุทาหรณ์ว่า อากาเส สกุณา ปกฺขนฺติ (นกบินไปในอากาศ) ความจริงบุคคลผู้ดับอยู่ย่อมไม่มีสถานที่ดับแห่งใดแห่งหนึ่งอันพ้นจากนิพพาน
อีกนัยหนึ่ง พระอริยบุคคลย่อมดับสิ้นไปในสภาวะนี้ เหตุนั้นสภาวะนั้นชื่อว่า นิพพาน (สภาวะดับสิ้นไปของพระอริยบุคคล) ดังพระพุทธวจนะว่า
นิพฺพนฺติ ธีรา ยถายมฺปทีโป.๓๙
“ท่านเหล่านั้นผู้เป็นปราชญ์ ดับสิ้นไปเหมือนประทีปดวงนี้”
คำว่า “ดับสิ้น” หมายความว่า การที่กิเลสนั้น ๆ หรือขันธ์ไม่มีการเกิดอีก
คำว่า “ในสภาวะนี้” ลงสัตตมีวิภัตติในอรรถลักษณะที่แปลว่า “เมื่อ”
[คำว่า นิพพาน มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- สภาวะดับความเร่าร้อน = นิพฺพายนฺติ สพฺเพ วฏฺฏทุกฺขสนฺตาปา เอตสฺมินฺติ นิพฺพานํ (ลง ยุ ปัจจัยในอธิกรณสาธนะ)
- สภาวะดับสิ้นไปของพระอริยบุคคล = นิพฺพายนฺติ อริยชนา เอตสฺมินฺติ นิพฺพานํ (ลง ยุ ปัจจัยในอธิกรณสาธนะ)]
อาจารย์ทั้งหลายได้อธิบายประกอบข้อความอีกนัยหนึ่งว่า “เมื่อสภาวะนี้อันพระอริยบุคคลบรรลุอยู่ [พระอริยบุคคลย่อมดับสิ้นไป เหตุนั้นสภาวะนั้นชื่อว่า นิพพาน]” [โดยลงสัตตมีวิภัตติในอรรถลักขณะที่แปลว่า “เมื่อ”]
ส่วนในคัมภีร์ฎีกาทั้งหลายกล่าวว่า “ตัณหาเรียกว่า วานะ (ธรรมสืบต่อภพ) เพราะสืบต่อภพน้อยภพใหญ่ สภาวะหลีกออกจากตัณหานั้น ชื่อว่า นิพพาน”
[คำว่า “คัมภีร์ฎีกาทั้งหลาย” หมายถึง อภิธัมมัตถสังคหฎีกา และอภิธัมมัตถวิภาวินี]
(๑๘) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวรูปวิเคราะห์อีกนัยหนึ่งว่า “กิเลสมีไฟราคะเป็นต้น ย่อมดับสูญด้วยสภาวะนี้ เหตุนั้นสภาวะนั้นชื่อว่า นิพพาน (สภาวะทำให้กิเลสดับไป)”