Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 160 | >>

คำว่า “ในสภาวะนี้” ลงสัตตมีวิภัตติในอรรถวิสยาธาระ (ที่ตั้งของกิริยา) เหมือนอุทาหรณ์ว่า อากาเส สกุณา ปกฺขนฺติ (นกบินไปในอากาศ) ความจริงบุคคลผู้ดับอยู่ย่อมไม่มีสถานที่ดับแห่งใดแห่งหนึ่งอันพ้นจากนิพพาน

อีกนัยหนึ่ง พระอริยบุคคลย่อมดับสิ้นไปในสภาวะนี้ เหตุนั้นสภาวะนั้นชื่อว่า นิพพาน (สภาวะดับสิ้นไปของพระอริยบุคคล) ดังพระพุทธวจนะว่า

นิพฺพนฺติ ธีรา ยถายมฺปทีโป.๓๙

“ท่านเหล่านั้นผู้เป็นปราชญ์ ดับสิ้นไปเหมือนประทีปดวงนี้”

คำว่า “ดับสิ้น” หมายความว่า การที่กิเลสนั้น ๆ หรือขันธ์ไม่มีการเกิดอีก

คำว่า “ในสภาวะนี้” ลงสัตตมีวิภัตติในอรรถลักษณะที่แปลว่า “เมื่อ”

[คำว่า นิพพาน มีความหมาย ๒ ประการ คือ

- สภาวะดับความเร่าร้อน = นิพฺพายนฺติ สพฺเพ วฏฺฏทุกฺขสนฺตาปา เอตสฺมินฺติ นิพฺพานํ (ลง ยุ ปัจจัยในอธิกรณสาธนะ)

- สภาวะดับสิ้นไปของพระอริยบุคคล = นิพฺพายนฺติ อริยชนา เอตสฺมินฺติ นิพฺพานํ (ลง ยุ ปัจจัยในอธิกรณสาธนะ)]

อาจารย์ทั้งหลายได้อธิบายประกอบข้อความอีกนัยหนึ่งว่า “เมื่อสภาวะนี้อันพระอริยบุคคลบรรลุอยู่ [พระอริยบุคคลย่อมดับสิ้นไป เหตุนั้นสภาวะนั้นชื่อว่า นิพพาน]” [โดยลงสัตตมีวิภัตติในอรรถลักขณะที่แปลว่า “เมื่อ”]

ส่วนในคัมภีร์ฎีกาทั้งหลายกล่าวว่า “ตัณหาเรียกว่า วานะ (ธรรมสืบต่อภพ) เพราะสืบต่อภพน้อยภพใหญ่ สภาวะหลีกออกจากตัณหานั้น ชื่อว่า นิพพาน”

[คำว่า “คัมภีร์ฎีกาทั้งหลาย” หมายถึง อภิธัมมัตถสังคหฎีกา และอภิธัมมัตถวิภาวินี]

(๑๘) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวรูปวิเคราะห์อีกนัยหนึ่งว่า “กิเลสมีไฟราคะเป็นต้น ย่อมดับสูญด้วยสภาวะนี้ เหตุนั้นสภาวะนั้นชื่อว่า นิพพาน (สภาวะทำให้กิเลสดับไป)”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka