Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 167 | >>

วัตถุกาม คือ กามาวจรธรรมทั้งหมดอื่นจากรูปาวจรธรรมและอรูปาวจรธรรมซึ่งเกิดขึ้นในภูมิ ๓

ข้อความในคัมภีร์อัฏฐสาลินีว่า สพฺเพปิ เตภูมกา ธมฺมา วตฺถุกาโม๔๔ (วัตถุกาม คือ ธรรมทั้งหมดอันเป็นไปในภูมิ ๓) พึงทราบว่ากล่าวโดยปริยายแห่งสุตตันตนัยซึ่งแสดงไว้ในคัมภีร์มหานิเทศ๔๕ เพราะธรรมอันเป็นรูปาวจรและอรูปาวจรไม่ได้ตรัสไว้โดยชื่อว่า กาม ในพระอภิธรรมปิฎก

ในคำว่า รูปาวจรํ อรูปาวจรํ นี้ คำว่า รูป และ อรูป เป็นสำนวนที่ปรากฏในรูปภูมิและอรูปภูมิ

[คำว่า รูป และ อรูป เป็นสำนวนทางภาษา ไม่มีความหมายตามศัพท์จริง ๆ กล่าวคือ รูปภูมิ (ภูมิมีรูป) คือ รูปภูมิ ๑๖ และอรูปภูมิ (ภูมิไม่มีรูป) คือ อรูปภูมิ ๔ ทั้งที่เพราะกามภูมิ ๑๑ ก็มีรูป แต่ไม่เรียกว่า รูปภูมิ การใช้คำในลักษณะนี้เรียกว่า รูฬหีนัย คือ การมีความหมายไม่ตรงกับสภาพที่เป็นจริง ตัวอย่างเช่น สตฺโต (สัตว์) คำนี้หมายถึงบุคคลผู้ติดข้องในอารมณ์ ๖ ดังมีรูปวิเคราะห์ว่า รูปาทีสุ สญฺชตีติ สตฺโต (สัตว์ คือ ผู้ติดข้องในรูปารมณ์เป็นต้น) เมื่อคำนี้กล่าวถึงพระอรหันต์ผู้ไม่ติดอยู่ในรูปเป็นต้น จัดเป็นรูฬหีนัย]

อีกนัยหนึ่ง ภูมิมี ๒ ประเภท คือ รูปภูมิ และอรูปภูมิ

อรูปภูมิ คือ ภูมิที่ไม่มีรูปอันมีลักษณะแปรปรวน มี ๔ ชั้น

รูปภูมิ คือ ภูมิอื่นจากนั้นมีจำนวน ๒๗ ชั้น

ในรูปภูมินั้น ภูมิ ๑๑ ชั้นเบื้องต่ำได้ชื่อว่า กามภูมิ จึงขยายความด้วย กาม อันเป็นศัพท์ที่หยาบ ส่วนภูมิ ๑๖ ชั้นเบื้องบนได้ชื่อว่า รูปภูมิ

[ตามนัยนี้ คำว่า รูป และ อรูป ไม่ใช่สำนวนเหมือนนัยแรก แต่มีความหมายตามศัพท์จริง ๆ โดยรวมกามภูมิเข้าในรูปภูมิ ๒๗ ชั้น]

ส่วนในที่กล่าวถึงตัณหาหรือฌานด้วยคำว่า รูป และ อรูป พึงทราบว่าเป็นฐานูปจาระ (สำนวนที่กล่าวถึงสถานที่ แต่มุ่งให้หมายถึงสิ่งที่อยู่ในสถานที่) โดยยกชื่อของ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka