ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
ลุชฺชตีติ ปจฺจุตีติ โข ภิกฺขเว ตสฺมา โลโกติ วุจฺจติ.๔๘
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราเรียกว่าโลก เพราะเป็นสภาวะพินาศเสื่อมสลาย โดยประการต่าง ๆ”
ถามว่า : โลกุตตรธรรมยกเว้นนิพพานพึงชื่อว่า โลก[มิใช่หรือ] เพราะแม้โลกุตตรธรรมก็มีสภาวะพินาศเสื่อมสลายโดยประการต่าง ๆ
ตอบว่า : โลกุตตรธรรมยกเว้นนิพพานไม่พึงชื่อว่า โลก เพราะความเห็นผิดของมหาชนดำรงอยู่ในธรรมใดว่าเที่ยงแท้แน่นอน ที่ชื่อว่า โลก (สภาวะพินาศไป) ย่อมปรากฏเพื่อปฏิเสธความเห็นผิดในธรรมดังกล่าว ธรรมเหล่านั้นที่พ้นจากความเห็นผิดโดยสิ้นเชิงจึงไม่ได้ชื่อว่า โลก อาจารย์ทั้งหลายกล่าวไว้อย่างนี้
อีกนัยหนึ่ง ความพินาศเสื่อมสลายโดยประการต่าง ๆ แห่งธรรมใดประจักษ์แก่มหาชน การที่ธรรมเหล่านั้นปรากฏโดยชื่อว่า โลก ย่อมมีได้ ดังนั้น จึงไม่มีความสงสัยในการชื่อว่า โลก ของโลกุตตรธรรม
โลกุตตระ คือ จิตที่ข้ามพ้นจากโลกอยู่ หมายถึง มรรคจิต
อีกนัยหนึ่ง โลกุตตระ คือ จิตที่ข้ามพ้นจากโลกแล้ว หมายถึง ผลจิต
การข้ามพ้นในที่นี้ คือการไม่นับเข้าในโลก ๓ เพราะหลุดพ้นจากธรรมที่ยึดหน่วงสัตว์คือตัณหา ๓ การไม่นับเข้านั้นชื่อว่า อัตตกภูมิ (สภาวะของจิต) เป็นอีกภูมิหนึ่งซึ่งนับเป็นภูมิที่สี่ต่างหาก เพราะเหมือนเป็นที่ตั้ง (ภูมิ) ของธรรมเหล่านั้น
[คำว่า โลกุตฺตร มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- จิตที่ข้ามพ้นจากโลกอยู่ หมายถึง มรรคจิต = โลกโต อุตฺตรตีติ โลกุตฺตรํ (ลง อ ปัจจัยในปัจจุบันกาล)
- จิตที่ข้ามพ้นจากโลกแล้ว หมายถึง ผลจิต = โลกโต อุตฺติณฺณํ โลกุตฺตรํ (ลง อ ปัจจัยในอดีตกาล)]
ส่วนนิพพานไม่นับเข้าในที่นี้