ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล
[แม้ว่านิพพานจะเป็นธรรมชาติพ้นจากโลกเหมือนมรรคจิตและผลจิต แต่เป็นสภาพดับรูปนามทั้งหมด จึงไม่นับเข้าในที่นี้ เพราะไม่นับอยู่ในการประมวลจิต]
จบการแสดงข้อความปรมัตถ์แห่งการจำแนกภูมิ ๔
๔. พระอนุรุทธาจารย์ได้แสดงจิต ๔ อย่างตามลำดับจิตทรามและจิตประณีตตามประเภทแห่งภูมิดังนี้แล้ว บัดนี้ จะจำแนกจิต ๔ อย่างนั้นตามลำดับที่แสดงไว้ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า โสมนสฺสสหคตํ (จิตที่เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา ประกอบกับทิฏฐิ ไม่มีสังขารดวงหนึ่ง) เพื่อแสดงกามาวจรจิตก่อน และแสดงอโสภณจิตซึ่งเป็นจิตทรามในกามาวจรจิต พร้อมทั้งแสดงอกุศลจิตที่ทรามกว่าจิตทั้งหมดในอโสภณจิต
พึงทราบว่าลำดับอกุศลจิต อเหตุกจิต และสเหตุกจิต ของกามาวจรจิต กล่าวไว้โดยลำดับตามความทรามและประณีต
(๒๐) ในคัมภีร์วิภาวินีกล่าวว่า “พระอนุรุทธาจารย์แสดงอกุศลจิตและอเหตุกจิตอันมีจำนวนน้อยก่อนโลกมูลจิต ๘ ดวง เพื่อความสะดวกในการตั้งชื่อจิตจำนวนมากที่จักกล่าวต่อไป[ชื่อว่า โสภณะ]” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะสำเร็จได้ด้วยลำดับความทรามเป็นต้นดังที่กล่าวไว้แล้ว
(๒๑) ในคัมภีร์นั้นกล่าวว่า “พระอนุรุทธาจารย์แสดงโลกมูลจิตก่อน เพราะจิตตุปบาทอันประกอบด้วยโลภะเกิดขึ้นแก่สัตว์ที่ปฏิสนธิแล้วในภพนั้น ๆ โดยความเป็นวิถีจิตแรก” ข้อความนั้นไม่งาม เพราะมโนทวารวัชชนจิตได้เกิดก่อนจิตทั้งหมดโดยความเป็นวิถีจิตแรก
ในบรรดาอกุศลจิตทั้งหลาย โลภมูลจิตมีจำนวนมาก เป็นประธานและประจักษ์ เพราะกอปรด้วยรากเหง้าของวัฏฏะ ๒ [โลภะและโมหะ] พระอนุรุทธาจารย์จึงกล่าวโลภมูลจิตก่อน