Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 181 | >>

พึงทราบเหตุแห่งจิตที่ไม่ประกอบกับทิฏฐิว่าตรงข้ามกัน [เหตุแห่งจิตที่ไม่ประกอบกับทิฏฐิ คือ การไม่มีทิฏฐิเป็นเจ้าเรือน หลีกเว้นบุคคลผู้มีทิฏฐิวิบัติ สดับพระสัทธรรม มีสัมมาวิตกมาก และใส่ใจด้วยอุบายอันแยบคาย]

เหตุเหล่านี้ คือ การมีปฏิสนธิที่กรรมอันเป็นอสังขาริกให้เกิดขึ้น มีกายกับจิตเหมาะสม มีความอดทนมาก พบอานิสงส์ในกรรมอันบุรุษพึงกระทำ สั่งสมกรรม และได้รับสิ่งเหมาะสมมีฤดูกาลและอาหารเป็นต้น จัดเป็นมูลเหตุของอสังขาริกจิต

ในพากย์นั้น การมีความอดทนมาก คือ อดทนต่อความเย็นร้อนเป็นต้นได้มาก

คำว่า ปุริสการเส แปลว่า ในกรรมอันบุรุษพึงกระทำ

คำว่า “การสั่งสมกรรม” หมายความว่า การมีความชำนาญที่สั่งสมแล้วในกรรม

พึงทราบเหตุของสสังขาริกจิตว่าตรงข้ามกัน

นัยแห่งการอุบัติของจิตเหล่านี้ พึงถือเอาในคัมภีร์วิสุทธิมรรค

[คัมภีร์วิสุทธิมรรค (เล่ม ๒ หน้า ๙๕) กล่าวว่า

“เมื่อบุคคลกระทำมิจฉาทิฏฐิให้เกิดก่อนโดยนัยเป็นต้นว่ากามคุณไม่มีโทษ ร่าเริงยินดีบริโภคกามอยู่ หรือเชื่อมงคลเช่นการเห็นว่าเป็นแก่นสารด้วยจิตที่แก่กล้าโดยสภาวะ ไม่มีใครชักชวน อกุศลจิตดวงแรกย่อมเกิดขึ้น เมื่อบริโภคกามด้วยจิตที่อ่อนกำลัง มีคนอื่นชักชวน อกุศลจิตดวงที่ ๒ ย่อมเกิดขึ้น เมื่อไม่กระทำมิจฉาทิฏฐิให้เกิดก่อน ร่าเริงยินดีอย่างเดียว เสพเมถุน ละโมบในสมบัติของคนอื่น หรือขโมยของคนอื่นด้วยจิตที่แก่กล้าโดยสภาวะ ไม่มีใครชักชวน อกุศลจิตดวงที่ ๓ ย่อมเกิดขึ้น เมื่อทำด้วยจิตที่อ่อนกำลัง มีคนอื่นชักชวน อกุศลจิตดวงที่ ๔ ย่อมเกิดขึ้น แต่เมื่อบุคคลปราศจากโสมนัสในนัยทั้ง ๔ เพราะอาศัยความไม่บริบูรณ์แห่งกาม หรือไม่มีเหตุแห่งโสมนัสอื่น จิต ๔ ดวงที่เหลือย่อมเกิดขึ้นประกอบกับอุเบกขาเวทนา”]

ปิ ศัพท์ในคำว่า อฏฺฐปิ (ทั้ง ๘ ดวง) ทำหน้าที่รวบรวมการที่จิตเหล่านั้นมีประเภทมาก ด้วยการจำแนกตามกรรมบถที่ได้รับ กาล กระแสจิต และอารมณ์ เป็นต้น

จบการแสดงข้อความปรมัตถ์แห่งโลภมูลจิต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka