Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 183 | >>

ตอบว่า : ลำดับแรก การถือเอาโทมนัสเวทนาย่อมมีเพื่อปฏิเสธความสงสัยในการที่โทสมูลจิตนี้ประกอบกับเวทนาอื่นในบางคราว อธิบายได้ว่า เมื่อพระราชาทรงพระสรวลอยู่ได้รับสั่งให้ประหารโจร เมื่อชนเป็นอันมากแสดงความยินดีในเวลาที่ศัตรูของตนเสียชีวิต และเมื่อคนพาลร่าเริงกับการได้ฆ่าเนื้อและนก ย่อมทำให้มีความสงสัยว่าโทสมูลจิตนี้ประกอบกับโสมนัส และประกอบกับอุเบกขาเวทนาหรือไม่ การถือเอาโทมนัสเวทนาย่อมมีเพื่อปฏิเสธความสงสัยนั้น

แม้คำว่าปฏิฆะย่อมมีเพื่อปฏิเสธความสงสัยในการที่โทสมูลจิตนี้ประกอบกับธรรมอื่น ๆ ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดคือมัคคทิฏฐิ (เห็นว่าผลไม่มี) อเหตุกทิฏฐิ (เห็นว่าเหตุไม่มี) และอกิริยทิฏฐิ (เห็นว่าเหตุและผลไม่มี) เชื่อว่าบาปในการฆ่าสัตว์ไม่มี ชนเหล่าใดเชื่อว่ามีบาปในการฆ่ามนุษย์อย่างเดียว ไม่มีบาปในการฆ่าสัตว์เดียรัจฉาน และเชื่อว่าผู้ฆ่าสัตว์แล้วบูชายัญได้รับบุญอันใหญ่หลวงให้บังเกิดในทิพยโลก พวกเขาเป็นผู้สบายใจด้วยสักกายทิฏฐิ กระทำการฆ่าสัตว์เองบ้าง ใช้คนอื่นบ้าง ลำดับนั้น ความสงสัยย่อมมีว่า โทสมูลจิตนี้พึงประกอบกับทิฏฐิบ้าง ส่วนในหมู่ชนผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ คนโง่เขลาย่อมเชื่อถือลัทธิของตนมิจฉาทิฏฐิ เมื่อฆ่าสัตว์อยู่ในบางคราวย่อมเกิดความสงสัยก่อน ลำดับนั้น ความสงสัยย่อมมีว่า โทสมูลจิตของเขานี้พึงประกอบกับวิจิกิจฉาบ้าง การถือเอาปฏิฆะย่อมมีเพื่อปฏิเสธความสงสัยนั้น

หากไม่เป็นตามนี้ การที่โทสมูลจิตประกอบกับปฏิฆะย่อมเป็นอันรู้ได้ด้วยคำสรุปหัวข้อย่อย [คือคำว่า จิตทั้ง ๒ ดวงนี้ ชื่อว่า ปฏิฆจิต] เหมือนการที่โลภมูลจิตซึ่งกล่าวไว้ก่อนประกอบกับโลภะ [จึงได้ชื่อว่า โลภมูลจิต] ดังนั้น การถือเอาทิฏฐิเป็นต้นจึงไม่มีประโยชน์

การไม่ถือเอาอิสสา มัจฉริยะ กุกกุจจะ และถีนมิทธะ พึงทราบตามนัยแห่งมานะและถีนมิทธะในโลภมูลจิตก่อน

ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงข้อความปรมัตถ์ในโทสมูลจิต

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka