Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 187 | >>

(๓๓) ความแก่กล้าในที่นี้หมายถึงความสามารถในการเป็นไปด้วยหมู่ปัจจัยปกติล้วน ๆ ปราศจากสภาพกระตุ้นเตือน และโมหมูลจิตย่อมเป็นไปเช่นนั้น จึงกล่าวได้ว่า โมหมูลจิตแก่กล้าโดยสภาพ

คำว่า โมมูหะ คือ จิตที่หลงยิ่งด้วยโมหะซึ่งได้รับโอกาสแล้ว เมื่อควรกล่าวว่า โมหมุห พระอนุรุทธาจารย์กล่าวรูปว่า โมมูห ด้วยนิรุตตินัย

[ปัจจุบันมักเรียกจิตสองดวงสุดท้ายว่า โมหมูลจิต (จิตมีโมหะเป็นเหตุ) เพื่อให้สอดคล้องกับโลภมูลจิต (จิตมีโลภะเป็นเหตุ) และโทสมูลจิต (จิตมีโทสะเป็นเหตุ) แต่ภาษาบาลีใช้รูปว่า โมมูหจิต คำว่า โมมูห มีศัพท์เดิมมาจาก โมหมุห (หลงด้วยโมหะ) ลบ ห อักษรใน มุห ด้วยนิรุตตินัย คือนัยทางไวยากรณ์ที่ใช้ทำตัวศัพท์ตามบทสำเร็จนั้น ๆ โดยไม่มีสูตรกำหนดเหมือนรูปบาลีทั่วไป]

อธิบายนิคม

๗. คำเป็นต้นว่า อิจฺเจวํ (จบอกุศลจิต ๑๒ ดวงโดยประการทั้งปวงอย่างนี้) เป็นนิคมใหญ่

ในประโยคนั้น คำว่า อิจฺเจวํ (อย่างนี้) ตัดบทเป็น อิติ + เอวํ โดยแท้จริงแล้วบทนี้เป็นนิบาตรวม

อีกนัยหนึ่ง คำว่า เอวํ ศัพท์ท้ายแสดงอรรถของ อิติ ศัพท์ที่อยู่หน้า

อีกนัยหนึ่ง คำนี้เป็นนิบาตบทหนึ่งโดยเฉพาะว่า อิจฺเจวํ

[คำว่า อิจฺเจวํ มีนัยทางไวยากรณ์ ๓ ประการ คือ
- นิบาตรวมมาจากบทนิบาตสองบทคือ อิติ และ เอวํ
- นิบาตสองบท คือ อิติ และ เอวํ คำว่า เอวํ แสดงอรรถของ อิติ ศัพท์
- นิบาตบทหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ต้องตัดบทเป็น อิติ + เอวํ]

คำนี้แสดงความหมายว่า โดยประการที่กล่าวแล้วว่า โสมนสฺสสหคตํ (เกิดร่วมกับโสมนัสเวทนา) เป็นต้น โดยประการทั้งปวง

คำนี้เป็นบทขยายของ ทฺวาทส (๑๒ ดวง)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka