Abhidhammattha-Sangaha>

คัมภีร์อภิธัมมัตถสังคหะ

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 188 | >>

คำว่า สพฺพถาปิ (แม้โดยประการทั้งปวง) มีความหมายว่า มี ๑๒ อย่างโดยประการทั้งปวงที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในคัมภีร์ธัมมสังคณีบ้าง มี ๑๒ อย่างโดยประการทั้งปวงที่ทรงจำแนกไว้ในคัมภีร์วิภังค์บ้าง มี ๑๒ อย่างโดยประการทั้งปวงที่ตรัสไว้ในคัมภีร์ธาตุกถาเป็นต้นบ้าง มี ๑๒ อย่างโดยประการทั้งปวงที่ตรัสไว้ในพระสูตรนั้น ๆ บ้าง มี ๑๒ อย่างโดยประการทั้งปวงอันต่างกันโดยประเภทมีกาล สถานที่ และกระแสจิตเป็นต้นบ้าง

ถามว่า : มี ๑๒ อย่างอย่างไร

ตอบว่า : พึงประกอบบทว่า มี ๑๒ อย่างเช่นนี้ ดังที่กล่าวไว้แล้ว

(๓๔) ในคัมภีร์วิภาวินีได้จำแนกลักษณะมีการประกอบด้วยโสมนัสเวทนาเป็นต้นดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ลักษณะนั้นปรากฏด้วยคำว่า อิจฺเจวํ (อย่างนี้)

จิตเหล่านี้ได้ชื่อว่า อกุศลจิต เพราะมีสภาพตรงกันข้ามกับกุศล

[คำว่า อกุศล แปลตามศัพท์ว่า “ไม่ใช่กุศล” หมายถึง ตรงกันข้ามกับกุศลนั่นเอง มีรูปวิเคราะห์ว่า น กุสลา อกุสลา ในที่นี้ น นิบาต (ที่แปลงเป็น อ) มีอรรถว่า วิรุทฺธิ (ตรงกันข้าม) เหมือนคำว่า อมิตฺต (ผู้ไม่ใช่มิตร) คือศัตรู ไม่ใช่หมายถึงคนที่ไม่รู้จักกันโดยทั่วไป]

อนึ่ง สัททาก็เป็นต้นชื่อว่ากุศล โมหะเป็นต้นชื่อว่าอกุศลแน่นอน ส่วนจิตเป็นเหมือนอัญญสมานเจตสิกมีผัสสะเป็นต้น เพราะสภาพรับรู้อารมณ์นี้ไม่มีโทษแน่นอนเหมือนโมหะเป็นต้นหรือไม่มีโทษเหมือนสัททาเป็นต้น แต่จิตนั้นเมื่อประกอบกับอกุศลก็เรียกว่า อกุศลจิต เมื่อประกอบกับกุศลก็เรียกว่า กุศลจิต

โปรดทราบความเป็นคูปรับกันของสัททาและโมหะเป็นต้น โดยลักษณะที่กุศลเป็นผู้ละและอกุศลเป็นธรรมที่ถูกละ หมายความว่า อกุศลธรรมมีกำลังน้อย เป็นกระพี้เหมือนทองเทียม ไม่ควรแก่การอบรม เมื่อเสพบ่อย ๆ ย่อมหวั่นไหวซัดส่าย แม้หยั่งลงสู่ความแน่นอน ย่อมหยั่งลงโดยความเป็นผู้เข้าถึงอบายในภพหนึ่งเท่านั้น ไม่อาจตัดกุศลมูลแล้วยังความแน่นอนแก่เหล่าสัตว์ในกระแสวัฏฏะได้

ส่วนกุศลธรรมมีกำลังมาก เป็นแก่นสารเหมือนทองแท้ ควรแก่การอบรม เมื่อ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka